ครบรอบ 1 ปี มิวสิควิดีโอคุกกี้เสี่ยงทาย เพลงที่ต่อลมหายใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน

ย้อนกลับไปราวกลางปีที่แล้ว วงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยความใหม่ทั้งทางรูปแบบรวมถึงประสบการณ์ของวงทำให้ความนิยมยังน้อย และถูกพูดถึงเฉพาะในกลุ่มแฟนคลับที่ไม่ใหญ่มากเท่านั้น ต้องผ่านช่วงเวลายากลำบาก รวมถึงความเสี่ยงที่สมาชิกวงต้องเดิมพัน ทิ้งหลาย ๆ สิ่งเพื่อมาสู้กับความฝันบนเงื่อนไขสัญญา 6 ปี แต่ทุกอย่างกลับไม่สวยงามดังปรารถนานัก จนถึงคราวซิงเกิ้ลที่สองของวง “คุกกี้เสี่ยงทาย” เพลงที่เป็นดั่งพรที่มาต่อลมหายใจให้วงยังคงเดินหน้าต่อเฉกเช่นทุกวันนี้

คุกกี้เสี่ยงทาย คือเพลงหลักในซิงเกิ้ลที่สองของ BNK48 ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ และพลิกโอกาสให้วงกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว เกิดกระแสนำเพลงไปร้อง และเต้นตามทั้งในหมู่ดารานักร้อง รวมถึงคนทั่วไป ไม่ว่าจะไปที่ไหน เราแทบจะได้ยินร้านค้า ห้างสรรพสินค้า รวมถึงคลื่นวิทยุต่าง ๆ เปิดเพลงนี้ทุก ๆ วัน เปิดเพลงจนถึงขนาดแม้ตอนแรกไม่เคยจะสนใจฟัง ก็ต้องหันมาฟัง แม้ไม่อยากจะร้อง แต่เสียงมันก็ก้องอยู่ในหูจนต้องเผลอฮัมเพลงตาม จากวงที่ดูไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นไปในทางไหน ทุก ๆ อย่างถูกตัดงบ เปลี่ยนช่างแต่งหน้า เปลี่ยนบุคลากรให้ราคาถูก กลับกลายเป็นวงที่ปัจจุบันเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้ามากมายหลายยี่ห้อ เป็นวงที่โฆษณาภาพยนตร์ของตัวเองได้อลังการงานสร้าง ขึ้นป้ายตึกทั้งตึก รวมถึงป้ายในจุดสำคัญทั่วกรุงเทพชนิดที่ผู้เขียนเกิดมาถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยเห็นใครทำมาก่อน เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จสูงมาก มากจนน่าตกใจ

นอกจากสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาอันเป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงความนิยมของวง BNK48 ผู้เขียนยังมีตัวเลขที่น่าสนใจซึ่งสามารถยืนยันความสำเร็จของวงได้หลังปรากฏการณ์ “คุกกี้เสี่ยงทาย” นั่นคือยอดขายแผ่น CD ในแต่ละซิงเกิ้ล โดยในซิงเกิ้ลแรก “อยากจะได้พบเธอ” มียอดขายอยู่ที่ราว 13,500 แผ่น ส่วนซิงเกิ้ลที่สอง “คุกกี้เสี่ยงทาย” มียอดขายอยู่ที่ราว 30,000 แผ่น โดยแผ่น CD ซิงเกิ้ลที่สองเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าระหว่างวันที่ 29 กันยายน 2560 ถึง 1 พฤศจิกายน 2560 แม้ก่อนหน้านั้นจะมีการเปิดตัวเพลงนี้ครั้งแรกในงาน 2017: 411 Fandom Party in Bangkok วันที่ 30 สิงหาคม 2560 แต่ก็ยังไม่มีการปล่อยเพลงออกมาให้ฟังอย่างเป็นทางการในช่องทางไหนเลย และกว่ามิวสิควิดีโอจะปล่อยออกมาให้ชมทางเว็บไซต์ยูทูปก็วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 ไปแล้ว ดังนั้นจึงอาจยืนยันได้ว่ายอดขาย 30,000 แผ่นเป็นผลพวงมาจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นในช่วงซิงเกิ้ลที่หนึ่ง ไม่ใช่ผลจากความนิยมของตัวซิงเกิ้ลที่สองเอง (หรืออธิบายง่าย ๆ คือทางวงขายแผ่นก่อนที่แฟนคลับจะได้ฟังเพลงเสียอีก) แต่หลังเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ปล่อยมิวสิควิดีโออย่างเป็นทางการก็เกิดกระแสความนิยมต่าง ๆ มากมาย จนถึงคราวยอดขายของซิงเกิ้ลที่สาม “วันแรก” พบว่าทางวงทำยอดไปได้กว่า 170,000 แผ่น หรือมากกว่าเดิมเกือบ 6 เท่าตัว เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าหลังจากซิงเกิ้ลที่สอง BNK48 มีจำนวนแฟนคลับเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจริง ๆ

คุกกี้เสี่ยงทายไม่เพียงแต่ต่อลมหายใจให้วง แต่ยังต่อลมหายใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้แฟนคลับมากมาย แม้มันจะไม่ใช่ผลจากเพลงนี้ตรง ๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลง ๆ นี้ทำให้วงเป็นที่รู้จัก และทำให้มีแฟนคลับเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เมื่อยิ่งทำความรู้จัก ยิ่งคลุกคลีกับวง BNK48 มากเท่าไหร่ ด้วยรูปแบบของวงที่ออกแบบมาอย่างดีจากต้นตำหรับ AKB48 ของทางญี่ปุ่นที่ตั้งใจสร้างให้ 48Group คือไอดอลที่สามารถพบเจอได้ ลดระยะห่างระหว่างศิลปินกับแฟนคลับโดยการสร้างทั้งโรงละครที่สามารถไปดูสมาชิก BNK48 ขึ้นแสดงได้ทุกสัปดาห์ รวมถึงมีช่องทางในการสื่อสารกับแฟน ๆ อีกมากทั้งการไลฟ์สด ณ Digital Live Studio และในแอปพลิเคชันที่สมาชิกวงจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาพบปะแฟน ๆ รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่เปิดให้แฟน ๆ มาเข้าร่วม เช่น งานจับมือ และงานถ่ายรูป 2-Shot สิ่งเหล่านี้ทำให้ BNK48 สามารถรักษาฐานแฟนคลับไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

นอกจากนี้ด้วยแนวคิดของวงที่ต้องการให้สมาชิก BNK48 เป็นต้นแบบแห่งความพยายาม หลาย ๆ คนที่ติดตามจึงได้ซึมซับพลังงานบวกบางอย่างจากตัวสมาชิกวงไปโดยไม่รู้ตัว มันคล้ายกับการที่เราคอยเฝ้ามองการเติบโต ดิ้นรนต่อสู้ของสมาชิกที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ไม่ได้เต้นเก่ง ไม่ได้ร้องเพลงเก่ง เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาเริ่มทุกอย่างจากศูนย์ แต่ต้องฝึกฝนพัฒนาเพื่อให้สามารถผลักดันตัวเองขึ้นมายืนในตำแหน่ง “เซ็มบัตซึ” หรือตำแหน่งตัวจริงเพียงไม่กี่สิบคนที่จะได้ออกเพลงหลัก เนื่องจากทางวงมีสมาชิกจำนวนมาก (ปัจจุบันก็มีเกิน 50 คนแล้ว) การที่ได้เห็นใครสักคนที่เราชื่นชอบตั้งใจต่อสู้เพื่อความฝัน มันทำให้หลาย ๆ คนได้รับแรงบันดาลใจ หากติดตามวงอย่างใกล้ชิดเราจะเคยได้ยินหลายคนพูดว่า “หายป่วยจากอาการซึมเศร้าเพราะได้ติดตาม BNK48″(อ้างอิง) บางคนก็เคยล้มเลิกทำอะไรบางอย่างก็กลับมามีพลังที่จะลองทำมันอีกครั้ง เช่น โอ๊ต ปราโมทย์ หลังจากเป็นศิลปินมา 10 ปีในวันนี้ถึงได้มีแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงด้วยตัวเองอีกครั้งให้ เจน BNK48(อ้างอิง) หรือบางคนอาจใช้สมาชิกวงเป็นแบบอย่างในการเลิกทำสิ่งที่ไม่ดีบางอย่าง เช่น การเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เลิกยา (อ้างอิง) สิ่งเหล่านี้มันคือเรื่องราวมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนให้หลาย ๆ คนมีชีวิตไปในทิศทางที่ดีขึ้น

บางคนที่ไม่ได้ติดตามวง และมาอ่านบทความนี้อาจจะไม่เชื่อ หรือไม่เข้าถึงนัก แต่ผู้เขียนยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้คือเรื่องราวสุดพิเศษที่เกิดขึ้นจริงจากวง ๆ นึงที่เป็นมากกว่าแค่ธุรกิจ แต่มันคือสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างพลังงานบวก หรืออย่างน้อยมันก็เป็นตัวพิสูจน์ให้เห็นว่า “ไอดอล” ที่แท้จริงควรเป็นเช่นไร

REF

  • https://www.etda.or.th/content/digital-marketing-of-bnk48.html
  • https://th.wikipedia.org/wiki/โคอิซูรุฟอร์จูนคุกกี้
  • https://fb.com/bnk48official/photos/a.849974175129842/1310780719049183
Nattakorn

กาย — ผู้ก่อตั้ง Charcoal, เจ้าของนามปากกา Shh!gar ที่มีความหมายแฝงลึกซึ้งมากกว่าแค่ก้อนน้ำตาล