รีวิว BNK48 Girls Don’t Cry – โลก การพยายาม และความยุติธรรม

16 สิงหาคม 2561 โรงภาพยนตร์ SF World Cinema รอบ 17:00 น. ณ ที่นั่ง F8 ผู้เขียนมีโอกาสได้รับชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง BNK48 Girls Don’t Cry ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาช่วง 1 ปีของสมาชิกวง BNK48 ตั้งแต่ออดิชั่นจนถึงปัจจุบัน หลังชมภาพยนตร์จบผู้เขียนยอมรับว่าตนรู้สึก “อับอาย” และ “กระจอกงอกง่อย” ที่ตนใช้ชีวิตได้อย่างอ่อนแอ เทียบไม่ได้เลยกับเด็ก ๆ หลายคนที่มีความคิด วุฒิภาวะ และความเข้าใจโลกมากกว่าเราเสียอีก นี่คือบทความรีวิวหนังชีวิตที่สะท้อนความเป็นจริงของสังคม โดยใช้เรื่องราวของ BNK48 เป็นตัวแทนในการสื่อความ

มันคือหนังสะท้อนเรื่องราวที่จำต้องยอมรับว่าแม้จะมืดหม่นแต่มันก็คือความจริง เราอยู่ในโลกที่มันไม่มีอะไรที่ยุติธรรม และถึงพยายามแค่ไหนเราก็อาจไม่ได้ในสิ่งที่คาดหวัง หนังใช้เรื่องราวของชนชั้น การถูกเลือกและความพ่ายแพ้ของสมาชิก BNK48 มาเป็นตัวชูโรง แม้นามสกุล BNK48 ที่ห้อยติดอยู่กับชื่อหนังทำให้มันดูเหมือนเป็นเรื่องราวเฉพาะกลุ่ม จึงอาจทำให้เข้าใจไปว่าคนทั่วไปที่ไม่ใช่แฟนคลับไม่สามารถดูรู้เรื่อง แต่ด้วยการวางลำดับเรื่องของผู้กำกับภาพยนตร์ เต๋อ นวพล ไม่ลืมจะอธิบายเกริ่นนำก่อนลงลึกในประเด็นต่าง ๆ ทำให้มันเป็นหนังที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และคล้อยตามไปกับข้อความชวนจุกอกมากมายจากปากหญิงสาวทั้ง 26 คน

บรรยากาศของภาพยนตร์อบอวลไปด้วยความกระอักกระอ่วนชวนน้ำตาคลอ แต่ก็แทรกด้วยมุกตลกจากเทคนิคการลำดับภาพ รวมถึงการเล่าเรื่องด้วยอารมณ์ขบขันของสมาชิกวงคนหนึ่งที่โผล่มาบรรเทาความตึงเครียดของสารคดีเป็นระยะ ๆ ซึ่งผู้เขียนก็จินตนาการไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าหนังเรื่องนี้ไม่มีบทบาทของเธออยู่จะทำให้การดำเนินเรื่องสร้างความอึดอัดให้คนดูมากเกินไปหรือไหม เพราะคำพูดจากปากของหญิงสาวแต่ละคน มันช่างเครียด และชวนให้หดหู่เหลือเกิน

หนังทำให้เรารู้จักอีกด้านของสมาชิกวงมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอารมณ์ด้านมืด แต่มันก็มีเรื่องราวด้านบวกที่ส่งออกมาชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจเช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญมากกว่าการได้รู้จักใครสักคนจากการดูหนังคือการได้รู้จักความคิดของเขาเหล่านั้น เพราะมันมีคุณค่าจริง ๆ คำพูดของหลาย ๆ คนสอนให้ผู้เขียนได้รู้ว่าชีวิตที่ผ่านมา เราสู้ชีวิตได้ไม่เท่าพวกเขาเลย ยิ่งได้เห็นบางคนพยายามทำทุกอย่างให้ถูกยอมรับ ทำทุก ๆ ทางแม้มันไม่เคยสำเร็จผล แต่ก็ยังไม่ล้มเลิก มันทำให้ผมสังเวชใจตนเองจนอยากร้องไห้ออกมา นอกจากนี้ยังมีข้อความที่สะกิดให้คนดูมองโลกสีเทา ๆ ด้วยความเป็นจริงว่าชีวิตมันไม่มีอะไรยุติธรรม ไม่ต้องคาดหวังกับดวงชะตา แค่เมื่อมีโอกาสทำอะไร ก็ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก็พอ

อนึ่ง ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจทำให้แฟนคลับบางคนที่ต้องการรอดูสมาชิกวงที่ตัวเองชอบในภาพยนตร์ขุ่นเคืองอยู่บ้าง เพราะบางคนอาจปรากฏตัวในสารคดีน้อยกว่าที่คุณคาดคิด แต่หากคุณคาดหวังจะรับรู้เรื่องราวเบื้องลึกโดยภาพรวมของวง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์ของคุณ เพราะหลายเรื่องราวมันถูกเล่าด้วยคำพูดที่ชัดเจนของคนที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์แล้ว หนังเรื่องนี้นับเป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งในใจของผู้เขียน

Nattakorn

กาย — ผู้ก่อตั้ง Charcoal, เจ้าของนามปากกา Shh!gar ที่มีความหมายแฝงลึกซึ้งมากกว่าแค่ก้อนน้ำตาล