บทวิจารณ์เทศกาลกีฬาบางกอก ๔๘ ที่ตั้งใจจะเขียนออกมาในเชิงลบ

“อับดุลเอ้ย!”
“เอ้ย!”
“มางานกี่โมง”
“มาเก้าโมง”
“ได้เข้างานกี่โมง”
“สี่โมงเย็น”
คนดูเฮ~

นี่คือบทสนทนาที่สองพิธีกรโอ๊ต ปราโมทย์ และ อุล ภาคภูมิ ผู้ดำเนินงานเทศกาลกีฬาบางกอก ๔๘ นำมาขยี้ล้อเลียนผู้จัด เรียกเสียงเฮจากผู้ร่วมงานในช่วงต้นของกิจกรรม และนำมุกนี้มาขยี้ซ้ำอีกหลายครั้งในเวลาต่อมา แต่ท่ามกลางเสียงฮามันแฝงไปด้วยความตลกร้ายที่บริษัท BNK48 Office (หลังจากนี้จะเรียกว่าออฟฟิเชียล) มอบไว้ให้กับแฟนคลับหลายพันคน เพราะนี่คือการบริหารจัดการปัญหาเฉพาะหน้าที่แย่ที่สุดจากทุกบรรดากิจกรรมที่ผู้เขียนเคยเข้าร่วมมาตลอดชีวิต สอบตกทั้งเรื่องการออกบัตรไม่ทันเริ่มงาน และการจัดการอารมณ์โกรธของผู้ชม จนผู้เขียนเชื่อว่าความผิดพลาดครั้งนี้มันต้องกลายไปเป็นกรณีศึกษาของภาควิชาเกี่ยวกับการจัดงานอีเว้นท์ในมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่งอย่างแน่นอน มันแย่จนน่าโมโหถึงขนาดที่ผู้เขียนเกือบจะฉีกบัตรทิ้ง และเดินออกจากงานไปเพราะหมดความอดทน หมดความรู้สึกอยากเข้าไปสนุกกับงาน ในขณะนั้นตัวผมคิดว่าคงไม่มีอะไรจะกู้ความรู้สึกดี ๆ กลับคืนมาได้แล้ว แม้กระทั่งการได้ชมสมาชิก BNK48 ขึ้นแสดงก็ตาม นี่คือบทวิจารณ์เทศกาลกีฬาบางกอก ๔๘ ที่ผู้เขียนตั้งใจจะเขียนออกมาในเชิงลบ

แม้ปกติผู้เขียนจะไม่ได้ชื่นชอบการชมแข่งขันกีฬานัก แต่เมื่อ BNK48 จะมีการแข่งขันกีฬาสีเป็นครั้งแรกก็ไม่อยากพลาดจึงตัดสินใจซื้อตั๋วตั้งแต่วันแรกที่เปิดจำหน่ายสำหรับบุคคลทั่วไป ผู้เขียนไปถึงงานเวลาราวสิบโมงเช้าพบผู้คนมหาศาลกำลังต่อแถวเพื่อรับบัตรเข้างาน (ถึงขนาดมีคนแซวว่าแถวยาว 8 กิโลเมตร) จึงไปต่อคิว และหวังในใจว่าจะไปร่วมซุ้มกิจกรรมเล่นเกมกับน้อง ๆ (ซุ้มงานวัด) ก่อนเข้างานจริงตอนบ่ายสอง แต่ระหว่างต่อคิวไปพลางอ่านหนังสือ Orn The Way ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปพลางท่ามกลางแดดร้อนระอุ จนเที่ยงหนังสือจบก็ยังไม่ได้รับบัตร และแล้วจุดเริ่มต้นของความน่าโมโหก็เริ่มขึ้นเมื่อทีมงานให้ทุกคนที่กำลังต่อคิวไปต่อแถวใหม่แยกตามสีบัตรที่ตนเองซื้อซึ่งนั่นหมายถึงเวลาสองชั่วโมงก่อนหน้านั้นสูญเปล่า ต้องต่อแถวใหม่ตั้งแต่ต้น แย่กว่านั้นคือคนที่เพิ่งมาถึงงานกลับสามารถแทรกคิวไปต่อแถวใหม่ได้ทันที

ความขุ่นเคืองของคนที่ต่อคิวรับบัตรนั้นมหาศาล ร่วมกันด่ากราดผู้จัดจนแฮชแท็ก #เทศกาลกีฬาบางกอก ๔๘ ขึ้นอันดับสองบนทวิตเตอร์ เพราะนอกจากจะต้องต่อแถวใหม่ เครื่องออกบัตรยังมีจำนวนน้อย และมีปัญหาจนไม่สามารถออกบัตรได้ทันกำหนดเริ่มงาน เกิดการตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายหลายครั้ง มีทั้งคนเป็นลม และตัดสินใจกลับบ้าน จนท้ายสุดจากกำหนดการณ์เริ่มงานเวลา 14:00 น. ต้องเลื่อนออกไปสองรอบ และได้เข้างานจริง ๆ ช่วงสี่โมงเย็น พลาดทั้งซุ้มงานวัด และยังได้ความเพลีย ความโมโห จนผู้เขียนแทบอยากฉีกบัตรทิ้งสนองโทสะหลังได้รับบัตรมาเป็นคนท้าย ๆ

งานเปิดตัวด้วยสองพิธีกรอย่างปิ๊ง The Ska และแป้ง Zbingz (นักแคสเกมชื่อดัง) ออกมาแนะนำงานในภาพรวม และต่อด้วยการแสดงเพลงจากสมาชิก BNK48 แต่ก็เป็นอย่างที่คิด แม้จะทำให้ผู้เขียนรู้สึกดีขึ้นบ้างเล็กน้อยแต่ความโกรธมันยังคงปะทุอยู่ในใจ จึงวางแผนจะอยู่ดูกิจกรรมสักพัก และเดินทางกลับ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อยูนิตใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวหมาด ๆ อย่าง Mimigumo จากสามสมาชิก BNK48 ได้แก่ มิวสิค, ไข่มุก และจ๋า ออกมาแสดง

“เมื่อมิวสิคออกมา ทุกคนก็กลายเป็นบ้ากันไปหมด” นี่คือถ้อยคำที่จะสามารถบรรยายเหตุการณ์ต่อจากนี้ได้ดีที่สุด เพราะหลังมิวสิคออกมาร้อง และเต้นเพลง Myujikkii ก็สะกดทุกสายตาได้อย่างน่าขนลุก แม้ผู้เขียนจะเคยรับชมการแสดงสดเพลงนี้มาแล้วตั้งแต่วันเดบิ้ว แต่ในครั้งนี้มิวสิคทำลายความประทับใจในครั้งที่แล้วด้วยการแสดงที่ดีกว่าเดิม จนความโกรธต่อออฟฟิเชียลที่มีมาก่อนหน้าทั้งหมดพังทลายไปในพริบตา มันเป็นอะไรที่น่าเจ็บใจมาก ๆ แต่ต้องยอมรับว่าผู้เขียนอารมณ์ดีขึ้นเหมือนโดนน้ำเย็นแช่แข็งหิมะจากขั้วโลกเหนือสาดใส่เข้าไปในหัวที่ร้อน ๆ จนไฟโกรธมันสงบลงทันที “เออ ไม่กลับก็ได้วะ” นี่คือคำพูดในหัวของผู้เขียนหลังจากนั้น สถานการณ์ทุกอย่างค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ และความตั้งใจจะเขียนวิจารณ์เชิงลบให้เละเทะก็หายวับเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสมอง

มีการเปิดตัวพิธีกรเพิ่มเติมอีก 2 คนคือโอ๊ต ปราโมทย์ และ อุล ภาคภูมิ พิธีกรคู่ขวัญ BNK48 ที่เคยร่วมงานกันตั้งแต่ครั้งทำรายการเกมโชว์ Victory BNK48 ทั้งสองเปิดตัวมาด้วยมุกขยี้ออฟฟิเชียลเรื่องออกบัตรเข้างานไม่ทันอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ เรียกเสียงเฮจากผู้ชมดังกระหึ่ม และเชิญคุณจ๊อบ (ณัฐพล บวรวัฒนะ – ผู้จัดการวง BNK48) ออกมากล่าวเปิดงาน รวมถึงกล่าวขอโทษเรื่องความล่าช้าในการออกบัตรพร้อมชดเชยผู้ร่วมงานทุกคนด้วยบัตรจับมือฟรี 1 ใบ, สิทธิ์รับชมเธียร์เตอร์ฟรี 1 เดือน และสิทธิ์ชมคลิปงานกีฬาย้อนหลังฟรี 1 วัน ซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกพึงพอใจได้ในระดับหนึ่งพร้อมปรบมือขอบคุณที่ผู้บริหารออกมาขอโทษ และแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ

ผู้เขียนขอชื่นชมพิธีกรอย่างโอ๊ต ปราโมทย์ และ อุล ภาคภูมิเป็นพิเศษเพราะทั้งสองทำให้งานนี้สนุกสนาน มีเสียงหัวเราะอยู่แทบตลอดเวลา และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศงานที่คุกรุ่นในช่วงแรกดีขึ้นอย่างรวดเร็ว(แต่ช้ากว่ามิวสิค) ซึ่งพิธีกรอีกสองคนคือปิ๊ง The Ska และแป้ง Zbingz ก็ดำเนินงานได้อย่างดีเช่นกัน สามารถยิงมุกสนุกสนานได้ รันสคริปท์ได้ดี คุณปิ๊งเป็นพิธีกรได้ลื่นไหลขึ้นจากครั้งงานเปิดตัวอัลบั้ม Jabaja และคุณแป้งที่ดูท่าจะรับหน้าที่เป็นพิธีกรงานใหญ่ขนาดนี้เป็นครั้งแรกก็ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว แต่ต้องยอมรับว่าสองคนแรกนั้นโดดเด่นกว่ามาก เก่งกาจ ลื่นไหล และหาตัวจับยากจริง ๆ

เมื่อถึงคราวแข่งกีฬา สมาชิก BNK48 ทุกคนทุ่มเทมากอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีการเล่นแบบขอไปที ใส่แรงแบบเต็มเหนี่ยวจนบาดเจ็บไปหลายต่อหลายคน มีทั้งเป็นตะคริว, ปากแตก, ขาเจ็บ, เป็นลม และล้มกระเด็น แต่ฉากที่ตราตรึงใจผู้เขียนมากที่สุดคงเป็นการสับศอกของปูเป้ที่ปะทะคอของนิ้งเต็ม ๆ ระหว่างเล่นฟุตซอล มันทำให้ผู้เขียนร้องโอ๊ยในใจ และเผลอเอามือมาลูบคอตัวเองเพราะรู้สึกเจ็บแทน จนอยากจะเข้าไปปลอบประโลมพร้อมพูดว่า “น่าสงสารเขานะคะ” (ทำเสียงแบบมิโอริ) การแข่งขันมีทั้งกีฬาพื้นบ้านอย่างวิ่งกระสอบ, วิ่งเปี้ยว และชักเย่อ รวมถึงกีฬาสากล ได้แก่ ฟุตซอล และแชร์บอล สิ่งที่เราได้เห็นในงานนี้มีทั้งในมุมจริงจังของนักกีฬาที่เอาจริงเอาจังจนถึงขั้นเสียน้ำตา ได้เห็นมุมน่ารักอย่างการรู้จักน้ำใจนักกีฬา ไหว้ขอโทษ ปลอบใจ และยินดีกับฝ่ายที่ชนะ ได้เห็นมุมตลกโดยเฉพาะช่วงที่แพนด้ามัวแต่เต้นล้อเลียนทีมตรงข้ามในช่วงที่ต้องเตะบอลซึ่งออกนอกสนามให้เพื่อนจนกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา 4 วินาทีตามกติกาไปแบบงง ๆ มันทั้งตลก และน่าเอ็นดู เรียกเสียงฮาจากคนดูลั่นสนาม (แพนด้าคงไม่แม่นกติกาฟุตซอล)

งานเทศกาลกีฬาบางกอก ๔๘ นับเป็นงานชั้นดีที่ดูสนุก ตื่นเต้น และครึกครื้น ต้องขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายที่ทุ่มเท รวมถึงแฟนคลับซึ่งเตรียมตัวเชียร์มาอย่างดี มีทั้งการเตรียมเพลงเชียร์สำหรับสีตนเองมาโดยเฉพาะ ตีกลองดังลั่นสนามตอบโต้กันไปมาทำให้บรรยากาศมันคึกคักถึงขนาดคนไม่ดูกีฬา หรือแม้แต่งานกีฬาสีสมัยมัธยมก็ไม่เคยมีอารมณ์ร่วมอย่างผู้เขียนได้สนุก มีความสุขไปกับงานครั้งนี้ด้วย แต่ก็น่าเสียดายที่ออฟฟิเชียลน่าจะจัดการปัญหาเรื่องการออกบัตรเข้าชมให้ดีกว่านี้ ไม่อย่างนั้นงานนี้จะดีแทบไร้ที่ติ ไม่ต้องมีบางคนที่พลาดเพราะถอดใจกลับบ้านไป ไม่ต้องมาเหนื่อย เสียสุขภาพจิตกับการต่อแถวรอนับ 7 ชั่วโมง เป็นบทเรียนที่ออฟฟิเชียลควรแก้ไข และผู้เขียนอยากแนะนำเพิ่มเติมให้ทางบริษัทวางแผนสำรองเอาไว้ให้รัดกุมเสมอ รวมถึงควรคาดการณ์ความเสี่ยงต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ดีกว่านี้ เพราะปัญหาเรื่องตั๋วที่เกิดขึ้นบริษัทมีข้อมูลสถิติจำนวนผู้ซื้อตั๋ว และยังไม่ได้รับบัตรอยู่แล้ว ปัญหาเรื่องออกบัตรไม่ทันมันจึงไม่ควรเกิดขึ้นจนต้องมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ดูไม่เข้าท่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเอาแน่เอานอนไม่ได้ขนาดนี้ ทั้งนี้เพราะรักผู้เขียนจึงวิจารณ์ และหากมันเป็นอย่างที่คุณต้อม (จิรัฐ บวรวัฒนะ – ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท BNK48 Office จำกัด) เคยกล่าวไว้จริงว่าคุณอ่านคำวิจารณ์ทั้งหมดก่อนนอนก็ต้องขออภัยที่บทความนี้อาจทำให้คุณรู้สึกดี และรู้สึกแย่ไปพร้อมกัน เพราะนั่นคือความรู้สึกเดียวกันที่ผู้เขียนได้รับมาจากครั้งเข้าร่วมกิจกรรมนี้

Nattakorn

กาย — ผู้ก่อตั้ง Charcoal, เจ้าของนามปากกา Shh!gar ที่มีความหมายแฝงลึกซึ้งมากกว่าแค่ก้อนน้ำตาล