BNK48 คราบน้ำตา ความเจ็บปวด ที่ถูกฉาบด้วยประกายความน่ารักสดใส

BNK48 วงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปที่มีภาพลักษณ์น่ารัก สดใส ร่าเริง ทุก ๆ เวที ทุกการแสดง ทุกแสงสปอตไลท์ที่สาดส่อง พวกเธอเปล่งประกายพร้อมมอบความสดใสให้แฟน ๆ อยู่เสมอ จนบางทีเราอาจหลงลืมว่าเธอก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึงที่มีเรื่องราว คราบน้ำตา ความเจ็บปวด ซึ่งถูกฉาบด้วยประกายความน่ารักสดใสที่ต้องแสดงออกมาในทุก ๆ วัน

BNK48 (ในที่นี้กล่าวถึงเฉพาะรุ่นที่ 1) คือการรวมตัวของหญิงสาวในวัยเรียนที่ไม่ได้เพียบพร้อม แต่มีความฝันและความพยายาม เด็กผู้หญิง 30 คน (ปัจจุบันเหลือ 25 คน) ต่างเรื่องราว ต่างที่มา ต้องมาอยู่ร่วมกัน ประหนึ่งเป็นสถานศึกษาที่ทุกคนคือเพื่อนร่วมชั้นเรียน เบื้องหลังเพลงน่ารัก ๆ ท่าเต้นสวย ๆ มันมีพื้นฐานมาจากการร้องเพลงไม่ได้และเต้นไม่เป็นของสมาชิกหลาย ๆ คน ที่ต้องผ่านการซ้อม ความพยายาม และ “การพ่ายแพ้” มาหลายต่อหลายครั้ง

“ภาพบรรยากาศการประกาศเซ็มบัตสึในซิงเกิ้ลที่ 1”

ในวงมีสมาชิกจำนวนมาก (ปัจจุบันรวมรุ่น 2 แล้วมีทั้งสิ้น 52 คน) จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกคนจะได้โอกาสมีส่วนร่วมในเพลง ๆ หนึ่งหมดทุกคน โดยหลักจะมีเพียง 16 คนเท่านั้นที่จะถูกรับเลือกเป็น “เซ็มบัตสึ” หรือก็คือตัวจริงที่ถูกรับเลือกให้มีเพลงเป็นของตัวเอง และสมาชิกอื่น ๆ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากผู้แพ้จะตกเป็นตัวสำรองที่ต้องมาแทนตัวจริงเมื่อสมาชิกหลักติดภารกิจอื่น ๆ มันจึงเกิดเป็นการแข่งขันภายในที่ทุกคนต้องดิ้นรนพัฒนาตนให้ก้าวมาเป็นสมาชิกชั้นแนวหน้าให้ได้ เพื่อจะได้มีเพลง และมีโอกาสได้รับงานในวงการมากขึ้น วิธีในการคัดเลือกเซ็มบัตสึมีหลายแบบ เช่น การเลือกตั้ง, การเป่ายิ้งฉุบ แต่ปัจจุบันวิธีที่เคยถูกใช้ใน BNK48 มีวิธีเดียวคือการคัดเลือกจากฝ่ายบริหาร และเหลือสมาชิกเพียงคนเดียวในรุ่นแรกที่ยังไม่เคยติดเซ็มบัตสึหรือยูนิตเพลงใด ๆ เลย นั่นคือ “เมษา”

“ความท้อมันไม่ใช่สิ่งที่น่าภูมิใจสำหรับหนูเลย” – เมษา BNK48

“หนูเกลียดพี่เฌอ แต่หนูก็ชอบพี่เฌอ แล้วหนูก็รักพี่เฌอ แต่หนูก็เกลียดพี่ในเวลาเดียวกัน” – มิวสิค BNK48

คือคำพูดของสมาชิกชื่อ “มิวสิค” ที่บอกกับ “เฌอปราง” ผู้เป็นกัปตันวง ไม่ใช่พวกเธอไม่รักหรือเกลียดกันจริง ๆ แต่ระบบของวงที่บังคับให้ทุกคนต้องแข่งขันกัน สร้างความขัดแย้งทางความสัมพันธ์ เกิดความซับซ้อนทางอารมณ์ที่บทบาทหนึ่งทุกคนช่วยส่งเสริมกัน เพราะนั่นคือเพื่อนพี่น้อง แต่อีกบทบาทนึงก็บีบให้ทุกคนเป็นคู่แข่งที่ต้องฆ่าฟันกันเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงมีสมาชิกเพิ่มขึ้นจากสมาชิกรุ่นที่ 2 กลายเป็นว่าหากใครไม่สามารถผลักดันตนเองมาถึงระดับแนวหน้าได้ ก็อาจจะไม่เป็นที่รู้จัก และไม่มีผลงานใด ๆ นอกจากนี้การแข่งขันภายในจะทวีคูณความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เพราะวงจะมีการเปิดรับสมาชิกรุ่นถัดไปเข้ามาเพิ่มเสมอ ๆ

“สิ่งที่เฌอจะไม่ลืมคือ BNK48 เริ่มจากจากพวกเรารุ่นที่ 1 คือพวกเราอยู่กันตรงนี้” – เฌอปราง BNK48

นอกจากการแข่งขันภายในที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังมีหลายสิ่งจากภายนอกที่สร้างความบอบช้ำในจิตใจให้สมาชิก จนบางครั้งลองจินตนาการว่าหากผู้เขียนต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น เราคงไม่อยากสู้ต่อไปแล้ว การถูกใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จักเราจริง ๆ ด้วยซ้ำมาต่อว่า ดูถูกเหยียดหยามหลังคีย์บอร์ด ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยทำอะไรให้ มันไม่ยุติธรรมเลย อย่างกรณีเหตุการณ์ที่มีศิลปินรุ่นเก๋าดูถูกว่าอีกหน่อยก็ไปเป็นดาราหนังโป๊ หรืออีกคนคุกคามด้วยการเอาเรื่องข่มขืนมาพูดติดตลก มันน่าท้อใจมากเลยนะที่เป็นแบบนี้ แต่พวกเธอก็ยังคงสู้ ทำตามความฝันของเธอต่อไป ผู้เขียนเชื่อว่าเบื้องลึกพวกเธอก็คงเจ็บปวดไม่น้อย แต่เราไม่เคยเห็นคราบน้ำตาของเธอจากเรื่องเหล่านี้เลย มีแต่ความสดใสเปล่งออกมาจากดวงตา สีหน้า ท่าทางของพวกเธอเสมอ

สมาชิก BNK48 แต่ละคนผ่านเรื่องราวอะไรมามากมาย ที่ทั้งสุขและทุกข์ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวงจนเติบโตมีชื่อเสียงในวงกว้าง ยิ่งมีชื่อ ยิ่งกดดัน การวางตัวยิ่งยากลำบาก จะเห็นได้ว่าสมาชิกวงมีความเคลื่อนไหวอะไรก็มักมีประเด็นให้พูดถึงเสมอ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อครั้งที่ไข่มุก สมาชิก BNK48 ไลฟ์สดพูดคุยอ้อนแฟนคลับก็ถูกคนจำนวนหนึ่งนำมาล้อเลียน หรือกรณีอรที่ออกมาพูดเชิงตำหนิที่มักมีคนถามถึงเรื่องน้ำหนักตัวก็กลับถูกด่าทอกลับไปอย่างเสีย ๆ หาย ๆ ว่าเป็นไอดอลไม่ควรออกมาพูดอะไรแบบนี้ หากการติเรื่องใดเพื่อให้สามารถนำไปปรับแก้ได้ก็เป็นเรื่องดี แต่น่าเศร้าที่หลายคนแค่ด่าเอาสนุกปากประหนึ่งลืมไปแล้วว่าเขาก็คน ๆ นึง มีความรู้สึกนึกคิด ซึ่งคงได้แต่นั่งเสียใจอยู่เงียบ ๆ ไม่ตอบโต้อะไร

ความสดใสคือสิ่งที่เราสัมผัสได้จากสมาชิก BNK48 ตลอดเวลา ไม่ใช่เขาไม่มีวันที่หม่นหมอง หรือท้อแท้หมดกำลังใจ แต่พวกเขารู้ว่าการเข้ามาเป็นสมาชิกวงจะต้องเจอกับอะไร มันคือหน้าที่ คือแนวคิดของวงตั้งแต่แรกที่ต้องการเป็นแบบอย่างของความพยายาม และมอบพลังให้กับผู้คนที่กำลังมองมายังพวกเธอ เหมือนเราเฝ้ามองเด็กสาวข้างบ้านเติบโต ฟันฝ่าอุปสรรค และยิ้มให้เราในทุก ๆ เช้าที่เราเดินไปช่วยให้กำลังใจ เป็นการส่งพลังความสดใสกลับคืนมา

พรุ่งนี้ภาพยนตร์ Girls Don’t Cry สารคดีเรื่องแรกของสมาชิก BNK48 รุ่นที่ 1 จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ เป็นครั้งแรกที่เราอาจเข้าถึงความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจของสมาชิก คำพูดอัดอั้นที่อยากบอกกล่าวออกไป น้ำตาหลากหลายความหมายที่หลั่งออกมาเพื่อสื่อสารให้ใครได้ฟัง มันอาจเป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้เข้าใจพวกเธอมากขึ้น และสำหรับสมาชิกบางคนมันอาจเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ผู้เขียนจึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านไปรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ อย่างน้อยก็ได้เป็นอีกกำลังใจให้พวกเธอก้าวต่อในเส้นทางแห่งความฝัน ให้รู้ว่าเราเอาใจช่วยอยู่ และผู้เขียนเชื่อว่าพวกเธอก็จะมอบกำลังใจตอบแทนกลับมาให้พวกเราเช่นกัน เฉกเช่นทุก ๆ ครั้ง

“จากความสามารถที่เราฝึกกันมา ภาพแรกที่ดูก็คือคุณดูจากหน้าตา” – แคน BNK48

REF

Nattakorn

กาย — ผู้ก่อตั้ง Charcoal, เจ้าของนามปากกา Shh!gar ที่มีความหมายแฝงลึกซึ้งมากกว่าแค่ก้อนน้ำตาล