ทุกสถิติที่คุณควรรู้เกี่ยวกับงานเลือกตั้ง BNK48 ครั้งที่ 2

สำหรับ BNK48 แล้วโอกาสเปรียบดังสปอทไลท์ที่สักวันจะสาดแสงส่องไปยังใครที่เหมาะสม เวทีเปรียบดังพื้นที่ไขว้คว้าดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งความฝัน แต่บางคนไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ไปยืนบนแถวหลัง และบางคนที่ยืนรออยู่ในมุมมืดกลับได้แสงสว่างอย่างไม่ทันตั้งตัว นั่นเพราะ “เขา” เป็นคนตัดสิน แต่วันนี้ศึกแห่งศักดิ์ศรี สงครามแห่งความผูกพันระหว่างแฟนคลับและเมมเบอร์หวนกลับมาอีกครั้งกับงานเลือกตั้ง BNK48 ครั้งที่สอง หรือชื่อทางการ “9th Single Senbatsu General Election” งานที่มอบโอกาสให้แฟนคลับทุกคนเป็นผู้กำหนดชะตาว่า “ใครจะได้ยืนท่ามกลางแสงไฟ ใครจะได้เป็นเซ็มบัตสึ”

วันนี้คือจุดเริ่มต้นของการลงคะแนน พรุ่งนี้คือการประกาศผลด่วน 24 ชั่วโมง บทความนี้คือข้อมูลสถิติและสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานเลือกตั้งซึ่งผู้เขียนรวมรวมพร้อมเปรียบเทียบตัวเลขต่าง ๆ ให้ผู้อ่านสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางวางแผนและตัดสินใจว่าควรทุ่มเท่าไหร่ให้สมาชิกที่เราชื่นชอบคว้าชัย หรือมีโอกาสแค่ไหนที่เขาจะไม่ได้ตำแหน่งใด ๆ เลย

จะมีสมาชิกจำนวน 20 คนที่ไม่ได้อันดับใด ๆ ในงานเลือกตั้ง

ตำแหน่งในงานเลือกตั้งครั้งนี้มีมากขึ้น จากเดิมมีเพียงอันดับที่ 1-32 โดยอันดับที่ 1 จะได้เป็นเซ็นเตอร์เพลงหลัก อันดับที่ 17 ได้เป็นเซ็นเตอร์เพลงรอง ปีนี้มีการขยายเพิ่มอันดับเป็น 1-48 ซึ่งอันดับที่ 33 จะได้เป็นเซ็นเตอร์เพลงรองอีกหนึ่งเพลงนั่นเอง ถึงอย่างไรทุกอย่างมีเหตุผลนั่นเพราะปีนี้ CGM48 วงสาขาของ BNK48 ตัดสินใจเข้าร่วมสมรภูมินี้ด้วยครบทั้ง 25 คน

BNK48 มีสมาชิกปัจจุบัน 43 คน เมื่อเคทและเปี่ยมไม่ลงสมัครจึงเหลือผู้เข้าแข่งขัน 41 คน รวมกับ CGM48 อีกทั้งหมด 25 คน ผลลัพธ์คือมีผู้ท้าชิงตำแหน่งเซ็มบัตสึทั้งสิ้น 66 คน เมื่อเก้าอี้ผู้ชนะมีที่ว่างเพียง 48 ตัว (เซ็มบัตสึ 16 คน, อันเดอร์เกิร์ล 16 คน , เน็กซ์เกิร์ล 16 คน) นั่นหมายความว่าจะมีผู้เข้าแข่งขัน 18 คนไม่ติดอันดับเลือกตั้ง และ 20 คนที่ไม่ได้มีโอกาสอยู่ในเพลงใด ๆ ของ BNK48 ซิงเกิ้ลที่ 9 เลย

ความได้เปรียบ/เสียเปรียบของสมาชิกแต่ละวง แต่ละรุ่น

BNK48: 9th Single Senbatsu General Election เปิดให้ลงคะแนนถึงวันที่ 19 มีนาคม 2020 และจะประกาศผลวันที่ 22 มีนาคม 2020

  • BNK48 รุ่นที่ 1 เปิดตัวครั้งแรก 12 กุมภาพันธ์ 2017
  • BNK48 รุ่นที่ 2 เปิดตัวครั้งแรก 29 เมษายน 2018
  • CGM48 รุ่นที่ 1 เปิดตัวครั้งแรก 26 ตุลาคม 2019

นั่นหมายความว่าสมาชิกรุ่นที่ 1 มีความได้เปรียบเรื่องจำนวนวันที่สามารถสร้างฐานแฟนคลับจนถึงวันลงคะแนนวันสุดท้ายมากกว่าคนอื่น ๆ ด้วยระยะเวลาถึง 1,132 วัน (3 ปี 1 เดือน 8 วัน) ส่วนรุ่นสองมีระยะเวลา 691 วัน (1 ปี 10 เดือน 20 วัน) ตามด้วย CGM48 รุ่นแรกที่มีระยะเวลาเพียง 146 วัน (4 เดือน 23 วัน) เท่านั้น ยกเว้นรินะกับออมที่เป็นอดีตสมาชิก BNK48 รุ่นที่ 1 และ 2 ตามลำดับ

มีการประกาศว่าจะจัดงานเลือกตั้งเมื่อ 8 ธันวาคมปีก่อน จึงสรุปได้ว่า BNK48 ทั้งสองรุ่นมีเวลาในการส่งสัญญาณและใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อโน้มน้าวใจแฟนคลับให้ทุ่มลงคะแนนให้เธอนับจนถึงวันลงคะแนนวันสุดท้ายเป็นระยะเวลา 103 วัน (3 เดือน 12 วัน) แต่ CGM48 เสียเปรียบกว่าเพราะนับจากวันที่อิซึตะรินะประกาศพา CGM48 เข้าร่วมศึกเมื่อ 21 ธันวาคม 2019 จนถึงวันลงคะแนนวันสุดท้ายสมาชิก CGM48 จะมีเวลาเพียง 90 วัน (2 เดือน 28 วัน) ในการสื่อสารกับแฟน ๆ

อีกข้อได้เปรียบของ BNK48 ที่มีมากกว่า CGM48 นั่นก็คือสมาชิกของ BNK48 ทั้งสองรุ่นเคยผ่านสมรภูมิงานเลือกตั้งมาแล้วทุกคน ดังนั้นแฟนคลับจะพอประมาณขนาดความใหญ่ของแฟนด้อมตัวเองได้ และเมื่อเทียบกับการทุ่มคะแนนครั้งก่อนอาจพอทราบได้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ได้อันดับที่ต้องการ

แม้ไม่ได้ที่ 1 แต่ต้องไม่พ้นที่ 7

7 ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดซึ่งเรียกว่า Kami7 หรือพระเจ้าทั้ง 7 คือตำแหน่งที่หลายคนเฝ้าปรารถนาไม่ต่างจากอันดับ 1 มากนักเพราะการเป็นหนึ่งในเจ็ดคือเครื่องยืนยันว่าพวกเธอจะไม่มีวันหลุดจากตำแหน่งเซ็มบัตสึตลอดทั้งปี เทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนผู้ที่ได้อันดับ 1-7 ได้แก่ เฌอปราง, เจนนิษฐ์, มิวสิค, โมบายล์, เจน, อร และเนยตามลำดับ ได้รับตำแหน่งเซ็มบัตสึตลอดทุกเพลงหลังงานเลือกตั้งสิ้นสุดลงได้แก่ Beginner, Kami7 Go Green, JABAJA, 77 ดินแดนแสนวิเศษ และ High Tension มันจึงเป็นความฝันที่อย่างน้อยไม่ชนะที่ 1 แต่ต้องไม่แพ้อันดับ 7

อันดับ 1 จะได้อะไร ต้องจ่ายมากแค่ไหน

BNK48: 6th Single Senbatsu General Election หรืองานเลือกตั้งครั้งแรกมีผู้ชนะคือเฌอปราง BNK48 ซึ่งได้รับคะแนนโหวตมากถึง 84,195 คะแนน หากนำมิวสิคการ์ดที่ใช้ในการลงคะแนนราคา 200 บาทเป็นฐานตั้งแปลว่าแฟนคลับทุ่มเงินโหวตให้เธออย่างต่ำ ‭16,839,000‬ บาท (อ่านว่าสิบหกล้านแปดแสนสามหมื่นเก้าพันบาท) เพื่อคว้าชัยเป็นเซ็นเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 6 ทั้งนี้มูลค่าตามจริงย่อมสูงกว่านี้แน่นอนเพราะยังมีบัตรโหวตอีกรูปแบบที่ขายพร้อมแผ่นซีดีราคา 350 บาทแต่ไม่มีการเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการว่าการลงคะแนนประกอบไปด้วยบัตรจากมิวสิคการ์ดหรือแผ่นซีดีเป็นจำนวนอย่างละเท่าใดจึงสามารถประมาณขั้นต่ำได้เพียงที่ราว 17 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้นี่เป็นเพียงแนวทางการทุ่มผลโหวตเท่านั้น ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมีสถิติต่าง ๆ มากหรือน้อยกว่าเดิม

อันดับที่ 1 จะได้เป็นเซ็นเตอร์เพลงหลัก นั่นหมายถึงมีโอกาสในการทำงานและสร้างชื่อเสียงได้มากกว่าสมาชิกคนอื่น แต่เดิมการเลือกเพลงสำหรับผู้ชนะจะเป็นการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าตรงที่อันดับ 1 สามารถ “มีส่วนร่วม” ในการเลือกเพลงใด ๆ ก็ได้จากบรรดาเพลงของ 48 Group ทั้งหมด คทาแห่งชัยชนะครั้งนี้จึงหอมหวานยิ่งกว่าอดีตเพราะไม่เคยมีวง 48 วงใด แม้แต่รุ่นพี่อย่างบรรดาวงสาขาในประเทศญี่ปุ่นของ AKB48 ที่ผู้ชนะสามารถเลือกเพลงที่ตนเองชื่นชอบได้มาก่อน

แน่นอนว่าไอดอลคือธุรกิจ เป็นการล่าฝันที่มีเงินตรามาเกี่ยวข้อง เป็นเกมที่คุณรู้ว่าต้องเสียอะไรเพื่อให้ได้สิ่งใดมา ทั้งนี้ควรประมาณความเหมาะสม ประเมินความสุขส่วนตัวก่อนตัดสินใจลงทุนเพราะการเลือกตั้งคือการซื้อเสียงอย่างถูกกฎหมาย ถ้าราคาที่จ่ายแล้วมันแลกได้กับความสุขนั่นย่อมเป็นสิ่งดีและผู้เขียนเชื่อว่าเมมเบอร์ย่อมสุขใจกว่าถ้าการส่งเธอถึงฝันไม่ได้ทำให้คุณสิ้นเนื้อประดาตัว

REF

Nattakorn

กาย — ผู้ก่อตั้ง Charcoal, เจ้าของนามปากกา Shh!gar ที่มีความหมายแฝงลึกซึ้งมากกว่าแค่ก้อนน้ำตาล