Captain Marvel : ฮีโร่ทรงพลังที่สุด แต่หนังกลับไม่ทรงพลังสักเท่าไหร่

เวลาผ่านไปไวดั่งสายลมพัด รู้สึกเหมือนกับเพิ่งได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ไปเมื่อไม่นานนี้เอง ทั้งที่ตามจริงมันผ่านมาแล้วตั้ง 5 เดือนนับแต่หนัง Captain Marvel ปล่อยตัวอย่างแรกให้เรารับชมบนเว็บไซต์ยูทูป นี่เป็นภาพยนตร์ในจักรวาลมาร์เวลเรื่องแรกที่ผู้เขียนลืมวันลืมคืนว่ามันจะฉายเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที “อ้าว! พรุ่งนี้เข้าโรงแล้วเหรอเนี่ย” แต่การไปดูหนังด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้ตั้งตารอมันก็ดีเหมือนกัน เพราะจะได้ไม่มีความคาดหวังว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ นี่จึงเป็นการรับชมภาพยนตร์ด้วยอารมณ์ผ่อนคลายที่สุด พร้อมเปิดใจรับทุกสิ่งที่หนังนำเสนออย่างไม่หวังสูง แต่ก็น่าเสียดายที่สุดท้ายเมื่อเทียบกับมาตรฐานหนังจักรวาลมาร์เวลเรื่องอื่น ๆ Captain Marvel ไม่ใช่หนังที่ทรงพลัง และน่าประทับใจสักเท่าไหร่ มันไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีจนถึงขั้นอยากปรบมือให้

หากคุณติดตามภาพยนตร์จักรวาลมาร์เวลมาตลอดจนถึง Avengers ภาคล่าสุด หลายคนคงรู้แล้วว่า Captain Marvel มีความสำคัญอย่างไรในสงครามแย่งชิงอัญมณีล้างบางจักรวาลของทานอส เพราะเธอคือผู้ที่จะมากอบกู้โลกจากความพ่ายแพ้ของเหล่า Avengers เธอถูกวางบทให้เป็นฮีโร่ซึ่งทรงพลังที่สุดในจักรวาลมาร์เวล

ภาพยนตร์เรื่องนี้คือการบอกเล่าเรื่องราวปูมหลังของแครอล เดนเวอร์ส (Captain Marvel) หญิงสาวผู้มีเศษเสี้ยวความทรงจำในอดีตอันแปลกประหลาดที่เธอก็ตอบไม่ได้ว่ามันหมายถึงอะไร เธอได้รับพลัง เป็นส่วนหนึ่งของนักรบชาวครีที่ต้องไปพัวพันกับสงครามจักรวาลระหว่าง 2 เผ่าพันธุ์ เมื่อจุดหมายปลายทางของภัยร้ายใกล้อุบัติขึ้นบนโลกมนุษย์ เธอจึงต้องมา และพบกับนิค ฟิวรี่ (ผู้บัญชาการหน่วยชีลด์)ในวัยหนุ่มโดยบังเอิญ ความลับในอดีต ที่มาของพลัง ปริศนาหลายอย่างค่อย ๆ ถูกไขไปทีละนิด ให้เรารู้จักตัวตน Captain Marvel ไปทีละหน่อย และหนังจะตอบคำถามที่เราค้างคาใจมานานจากภาพยนตร์ Avengers : Infinity War ว่าก่อนทานอสจะล้างบางจักรวาล เธอไปอยู่ที่ไหน และทำไมนิค ฟิวรี่ไม่เรียกเธอมาช่วยรบตั้งแต่แรก รวมถึงตัวหนังจะเปิดเผยความลับหลายข้อในจักรวาลมาร์เวลซึ่งคุณไม่เคยได้รู้จากภาพยนตร์เรื่องไหนมาก่อนอย่างแน่นอน เช่น ทำไมนิค ฟิวรี่ถึงตาบอด ,ทำไมจึงต้องก่อตั้ง Avengers เป็นต้น

นักแสดงนำทุกคนถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เราจะได้เห็นนิคฟิวรี่ (รับบทโดย ซามูเอล แอล. แจ็กสัน)ในมุมมองที่แปลกใหม่ ไม่เคร่งขรึมเหมือนเคย ๆ ได้เห็นมุมน่ารัก ๆ กับการเป็นทาสแมว และความขี้เล่นซึ่งไม่เคยเห็นในภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ของจักรวาลมาร์เวล จะได้รู้จักกัปตันมาร์เวล (รับบทโดย บรี ลาร์สัน) ซึ่งเธอแสดงได้ดีมาก ถ่ายทอดความน่ารักน่าเอ็นดู แต่ก็ยังมีความเท่ ความน่าเกรงขามสมกับเป็นฮีโร่ซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล โดยส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกหลงรักตัวละครนี้เข้าอย่างจัง

จุดอ่อนของหนังเรื่องนี้ที่ทำให้มันยังไม่น่าประทับใจเท่าที่ควรคือเนื้อเรื่อง และการเล่าเรื่องที่ดูน่าเหนื่อยหน่ายจะติดตามในช่วงครึ่งแรกของภาพยนตร์ ให้อารมณ์เหมือนดูสารคดีชีวิตที่ไม่มีจุดดึงดูดอะไรจนผู้เขียนเผลอหาวออกมา 1 ที แต่มันก็ไม่ได้แย่จนน่าเบื่อเหมือน Ant-Man 2 ที่ต้องลุ้นว่ามันจะมีอะไรให้ว้าวไหม (ซึ่งดูจนจบเรื่องก็ยังไม่มี) ในช่วงหลังภาพยนตร์น่าตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ถึงขั้นใจเต้นตึกตัก เพราะฉาก Action ก็ธรรมดา ไม่หวือหวา ความน่าสนใจของเรื่องราวหลักก็อยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ ที่พอจะดึงให้หนังน่าติดตามส่วนใหญ่มาจากพวกความลับอื่น ๆ ซึ่งแฝงมาในเนื้อเรื่อง และมุกตลกที่มีให้อมยิ้ม หรือขำก๊ากเป็นระยะ ๆ มากกว่า

แม้จะไม่ได้ประทับใจมาก แต่มันก็เป็นหนังที่สนุก ดูแล้วไม่เสียดายสตางค์ ที่สำคัญฉากท้ายเครดิตนี่กระตุ้นต่อมความอยากดู Avengers : Endgame ได้ดีมาก แม้จะเป็นฉากไม่ยาวนักแต่มันก็ยั่วให้คนดูทั้งโรงกรีดร้องดังสนั่นอยู่หลายวินาที ผู้เขียนดูจบแล้วอยากจะกดสั่งจองตั๋วหนังล่วงหน้าทันที แต่เสียดายกว่าหนังจะฉายก็ 24 เมษานู่นแหน่ะ

อนึ่ง เจ้าเหมียวน่าร้ากกก

Nattakorn

กาย — ผู้ก่อตั้ง Charcoal, เจ้าของนามปากกา Shh!gar ที่มีความหมายแฝงลึกซึ้งมากกว่าแค่ก้อนน้ำตาล