Stadia นิวเคลียร์ลูกใหญ่ในสงครามแพลตฟอร์มเกม

ในขณะที่เราสร้างสงครามอวดเบ่งความเจ๋งระหว่างผู้คลั่งไคล้เครื่องคอนโซลกับเครื่อง PC (คอมพิวเตอร์) ตบตีชิงดีชิงเด่นระหว่างร้านขายเกมยุครุ่งเรือง(Steam) กับเฟรชชี่หน้าใหม่ไฟแรง(Epic Games Store) ที่มาแย่งส่วนแบ่งตลาดด้วยวิธีที่อาจไม่ถูกใจนัก สู้ไปสู้มาไม่ทันไร ยังไม่ถึงจุดไคลแมกซ์ จู่ ๆ ก็มีนักรบหน้าใหม่นามว่า Stadia แต่งชุดเกราะแบกอาวุธเต็มอัตราศึกพร้อมรบที่สามารถตบทุกตัวละครในสงครามแพลตฟอร์มเกมให้ตกยุค และครองบัลลังก์ผู้ชนะได้อย่างสบาย แต่การมาครั้งนี้เป็นเพียงสารเตือนว่าถ้าหากอุตสาหกรรมเก่าในวงการเกมยังไม่พัฒนา Stadia จาก Google นี่แหละที่จะมาทำลายแกเอง

Stadia นวัตกรรมใหม่จากกูเกิ้ลที่จะเปลี่ยนอุตสาหกรรมเกมไปตลอดกาล

เวลาเดินหน้าไม่เคยหยุดฉันใด นวัตกรรมใหม่ ๆ ก็ไม่เคยหยุดพัฒนาฉันนั้น และเมื่อช่วงเวลาหนึ่งมาถึง สิ่งที่เคยเปลี่ยนโลกจะกลายเป็นแค่ของเก่าตกสมัย ไม่ต่างอะไรกับโทรศัพท์ยุค 2G มีปุ่มกดเครื่องหนาเตอะที่เคยขึ้นชื่อว่าโก้เก๋เท่ระเบิด แต่กลับต้องแทบสูญพันธุ์ด้วย iPhone 3G ที่มาเปลี่ยนโลกมือถือไปตลอดกาล หรือแม้แต่วงการเกมก็เคยมีปรากฏการณ์เครื่อง PlayStation เปลี่ยนโลก จากยุคเกมตลับภาพพิกเซลของ Nintendo Famicom ให้กลายเป็นโลกยุคใหม่ใช้สื่อบันทึกลงแผ่น แสดงผลภาพด้วยกราฟฟิก 3D แบบโพลิกอน (ปัจจุบันการดาวน์โหลดเกมแบบดิจิตอลเริ่มเข้ามาแทนที่) แต่ทุกสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นแค่เทคโนโลยีเก่า เพราะการเล่นเกมในยุคถัดไปคุณอาจจะต้องการแค่เพียงอินเทอร์เน็ต จอภาพ และการประมวลผลคอมพิวเตอร์ที่กินสเปคระดับเบาบาง แต่สามารถเล่นได้ทุกเกมที่ปกติกินสเปคในระดับบ้าคลั่ง ทุกที่ทุกเวลา แล้วแต่ใจคุณจะปรารถนา

Stadia มีหลักการอย่างไร

ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน การเล่นวิดีโอเกมมีหลักการอยู่บนพื้นฐานที่ทุกคนต้องมีอุปกรณ์การประมวลผลเป็นของตัวเอง นั่นหมายถึงต้องมีคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องคอนโซลอย่าง PlayStation, Xbox ไว้ติดตั้งเกมลงไป (หรือเปิดใช้งานแผ่นเกม) ซึ่งข้อจำกัดของเกมต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องกราฟฟิกจะถูกตรึงไว้ไม่ให้อลังการงานสร้างมากเกินกว่าขุมพลังของเครื่องเล่นเกมคุณจะประมวลผลไหว จะเห็นได้ว่าแม้เครื่องคอนโซลจะพัฒนามาถึงยุคที่ 8 แล้ว แต่เกมส่วนใหญ่ก็ยังตรึงการแสดงผลภาพไว้ที่ 30 FPS (อัตราการกระพริบ/วินาที) ในทางกลับกันคนเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์ที่ค่อนข้างมีสตางค์เขาสามารถอัปเกรดสเปคคอมพิวเตอร์จนถึงขั้นที่สามารถเล่นเกมระดับ 4K 60 FPS ได้อย่างสบาย ๆ แต่เกมที่ถูกพัฒนาออกมารองรับการแสดงผลขนาดนั้นยังมีไม่แพร่หลายนัก เพราะนักพัฒนาเกมต่างรู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีคอมฯ ที่สเปคแรงขนาดนั้นอยู่แล้ว ซึ่ง Stadia นวัตกรรม และความทะเยอทะยานใหม่จาก Google จะเข้ามาพังทลายข้อจำกัดเหล่านี้ลง อนาคตเราไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเล่นเกมที่สเปคแรง เพราะยุคใหม่การเล่นเกมจะใช้ระบบ Cloud game streaming ที่อาศัยการประมวลผลเกมจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง (ซึ่งมีสเปคสูงมาก ๆ) ส่งกลับภาพเกมมายังผู้เล่นแบบ Real Time ด้วยระบบอินเทอร์เน็ต ดังนั้นคุณจะเล่นเกมบนอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่มีจอ ต่อเน็ตได้ และรองรับ Stadia ซึ่งถ้าคิดลึกกว่านั้น เมื่อเกมไม่ถูกจำกัดพลังด้วยสเปคอุปกรณ์การเล่นอีกต่อไป การพัฒนาเกมในอนาคตจะบ้าคลั่ง และถูกปล่อยพลังออกมาอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน

ข้อสันนิษฐาน “อะไรจะตาย อะไรได้ไปต่อ”

1.ธุรกิจฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์สำหรับการเล่นเกมจะค่อย ๆ ถูกลดความสำคัญลง เพราะอนาคตการประมวลผลเกมจะถูกย้ายไปยังคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการแทน โดยเฉพาะการ์ดจอที่ปัจจุบันต้องคอยอัปเกรดราวกับแฟชันในทุก ๆ ระยะเวลาไม่กี่ปีจะไม่จำเป็นสำหรับนักเล่นเกมอีกแล้ว แต่ลูกค้ารายใหญ่ของอุตสาหกรรมประเภทนี้จะเปลี่ยนมือไปเป็นฝั่งผู้ให้บริการ Cloud game streaming แทน

2.แพลตฟอร์มขายเกมปัจจุบัน เช่น Steam, Origin และ Uplay อาจตายเกลี้ยงหากยังไม่ปรับตัวรองรับกับเทคโนโลยีใหม่ เพราะการติดตั้งเกมลงเครื่องจะไม่จำเป็นอีกต่อไป อนาคตเราอาจเห็นแพลตฟอร์มเหล่านี้หันมาขาย/ให้เช่าเกมแบบ Cloud game streaming แทน

3.ธุรกิจผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะเกิดการแข่งขันสูงอีกครั้ง เพราะปัจจัยที่จะทำให้การเล่นเกมบนแพลตฟอร์ม Cloud game streaming คือความเร็ว และความหน่วงในการตอบสนองต่อเซิร์ฟเวอร์ ที่ยิ่งเร็วยิ่งดี หน่วงน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี และอินเทอร์เน็ตค่ายไหนที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้มากสุดก็จะได้ส่วนแบ่งลูกค้าไป

4.เครื่องเกมคอนโซลอาจไม่ตาย แต่ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะถึงอย่างไรการเล่นเกมบนหน้าจอใหญ่ ๆ อย่างโทรทัศน์ก็ตอบสนองความบันเทิงได้ดีกว่าหน้าจออื่น ๆ ซึ่งอนาคตคอนโซลอาจกลายเป็นเพียงเครื่องเอาไว้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงอย่างจอยเกม หรือแว่น VR เพื่อเล่นเกมกับโทรทัศน์ก็เป็นได้

5.การพัฒนาเกมจะเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด เพราะขีดจำกัดที่กักประสิทธิภาพการแสดงผลเกมด้วยสเปคเครื่องถูกพังทลายลงแล้ว ถึงเวลานักพัฒนาเกมปล่อยของกันได้อย่างเต็มหมัดเท่าที่ประสิทธิภาพเครื่องเซิร์ฟเวอร์กลางจะมอบขุมพลังให้

6.เกมเถื่อนอาจหมดไป เพราะระบบการเล่นเกมจะถูกรวมศูนย์ไปยังที่ผู้ให้บริการ ไม่มีการแจกจ่ายไฟล์ออกมาให้เจาะ หรือแก้ไขให้เล่นกันแบบฟรี ๆ อีก

เทคโนโลยี Cloud game streaming มันอาจจะดูเหมือนฝันหวานที่ดูห่างไกลความเป็นจริงเมื่อหลายปีก่อน แต่วันนี้ใครจะคิดว่ากูเกิ้ลทำให้เราเห็นภาพการเล่นเกมระดับท็อปอย่าง Assassin’s Creed Odyssey บนกูเกิ้ลโครมได้ แถมใช้เวลาเปิดเกมแค่ไม่กี่วินาทีด้วยซ้ำ นี่คืออนาคตใหม่ของวงการเกม คือนิวเคลียร์ที่พร้อมทิ้งระเบิดล้างบางระบบเดิม ๆ ให้ตายเกลี้ยง คือนวัตกรรมที่จะมาบีบบังคับให้วงการเกมพัฒนาอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง และดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่เพียงกูเกิ้ลที่เล็งเห็นถึงยุคสมัยใหม่อันใกล้จะถึงนี้เพราะ Sony, Nvidia และ Microsoft ก็ต่างซุ่มทำระบบอย่าง PlayStation Now, Geforce Now และ Project xCloud อยู่เช่นกัน แต่เหตุที่ Stadia อาจเป็นตัวแปรสำคัญ เป็นผู้นำวงการเกมยุคถัดไปได้ นั่นเพราะธุรกิจของกูเกิ้ลพัวพันกับอินเทอร์เน็ตมาตลอดนับ 20 ปี มีศูนย์เก็บข้อมูลกระจายอยู่หลายแห่งทั่วโลกที่พร้อมนำมารองรับกับบริการใหม่อย่าง Stadia ได้อย่างรวดเร็ว และถ้ากูเกิ้ลพร้อมปล่อยให้ใช้บริการทั่วโลกเมื่อไหร่ ถ้าใครไม่ยอมเปลี่ยนแปลงก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็นของเก่าตกยุคที่รอวันโละทิ้ง เหมือนกับแผ่นหนังที่ขายแทบไม่ได้ในยุคที่ Netflix ครองเมือง

Avatar

กาย | ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Charcoal