จักรวาลโดยย่อก่อนสูญสิ้นมวลมนุษยชาติใน NieR: Automata | EP.1

NieR: Automata เพชรเม็ดงามแห่งวงการที่แม้คุณไม่เคยเล่น ไม่รู้จัก อย่างน้อยก็ต้องเคยเห็นตัวละครจากเกมเกมนี้ที่มีชื่อเหมือนดินสอสีเข้ม “2B” หุ่นแอนดรอยด์สาวสุดเซ็กซี่สวมชุดโกธิคกระโปรงสั้นแกว่งดาบคาตานะออกกู้อนาคตของมวลมนุษยชาติ ก่อนจะพบกับเรื่องโกหกคำโตของภารกิจฆ่าตัวตาย และความจริงเบื้องหลังของมนุษยชาติที่พวกเธอรับใช้แม้ไม่เคยเห็นคนตัวเป็น ๆ เลยสักครั้ง

เนื่องในโอกาสครบรอบสิบปีของ NieR ภาคแรก Square Enix จึงประกาศชุบชีวิตเกมภาคต้นกำเนิดมหากาพย์สูญสิ้นมวลมนุษยชาติในชื่อ NieR: Replicant Ver.1.22474487139… ซึ่งโปรดิวเซอร์เกมกล่าวว่ามันไม่ใช่การ Remaster หรือ Remake แต่เป็นการ Version Up จากเวอร์ชัน PS3 มาลงให้กับ PS4, Xbox One และ Steam โดยรายละเอียดต่าง ๆ ผู้เขียนขอยกไปเล่าในอีกบทความหนึ่ง เพราะแก่นหลักของบทความนี้คือการพาผู้อ่านขึ้นไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปอ่านเรื่องราวก่อนมาเป็น NieR: Automata แน่นอนเราย้อนกลับไปไกลก่อน NieR ภาคแรกเสียอีก โดยสิ่งแรกที่คุณควรรู้ก็คือบทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญภายในเกม Drakengard, Drakengard 3, NieR Replicant และ NieR: Automata อย่างรุนแรง สิ่งที่สองคือบทความนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 Episode เนื่องจากรายละเอียดค่อนข้างเยอะ

Drakengard ฉากจบแบบ E เปิดประตูสู่จักรวาล NieR

Drakengard หรือชื่อในเวอร์ชันญี่ปุ่นว่า Drag-On Dragoon คือเกม Action RPG ว่าด้วยเรื่องราวการต่อสู้ของสองขั้วอำนาจบนโลกที่เรียกขานชื่อว่า Midgard อันมีเผ่าพันธุ์มนุษย์ เหล่าภูติและสัตว์อสูรอาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งมีเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างถูกผนึกไว้ด้วยผนึกทั้งสี่ ได้แก่ผนึกแห่งมหาสมุทร, ผนึกแห่งทะเลทราย, ผนึกแห่งป่า และเทพีแห่งผนึก คอยปกป้องโลกจาก Watchers สิ่งมีชีวิตลึกลับผู้ต้องการล้างบางมวลมนุษยชาติอีกทั้งยังครอบงำกลุ่มคนฝั่งที่เรียกตนว่า Empire มีภารกิจเสาะหาผนึกทั้งหมดเพื่อทำลายทิ้งและอัญเชิญ Watchers มาสู่โลก ในทางกลับกันยังมีกลุ่มคนที่เรียกตนว่า Union ออกมาต่อต้านและทำสงครามกับ Empire เพื่อปกป้องผนึกและอนาคตของ Midgard

เกมมีฉากจบ 5 เส้นทาง จะเป็นเช่นไรขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่น บทแรกของการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวเริ่มต้นด้วยฉากสงครามระหว่างกองทหาร Empire และ Union พร้อมด้วยอดีตรัชทายาทแห่งอาณาจักรที่ล่มสลายนาม Caim เข้าห้ำหั่นกัน Empire หวังปลิดชีพเทพีแห่งผนึกนาม Furiae แน่นอน Union มีภารกิจเพื่อปกป้อง ด้วยความแค้นฝังหุ่นที่ Empire พังทลายอาณาจักรตน Caim จึงสาบานจะเชือดศัตรูให้สิ้นซาก ประกอบกับที่ Furiae มีศักดิ์เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของตน ศึกครั้งนี้จึงไม่อาจยอมแพ้ได้ ระหว่างการต่อสู้ Caim พลาดท่าโดนคมดาบศัตรูเข้ากลางหลัง แม้บาดเจ็บสาหัสแต่เมื่อเห็นศัตรูรุกคืบเข้าไปถึงในปราสาท เขาไม่ถอยกลับบุกทะลวงฝ่าดงศัตรูเข้าไปจนพบกับมังกรนาม Angelus ที่ถูกตีตรวนทรมานโดยทหาร Empire เพื่อยื้อชีวิต Caim ยื่นข้อเสนอทำพันธสัญญาวิญญาณ (Pact) กับ Angelus เพื่อต่อชีวิต แต่พันธสัญญามีราคาต้องจ่าย Caim ต้องแลกด้วยการเป็นใบ้ไปชั่วชีวิตแต่ก็ได้พลังอำนาจมังกรและชีวิตใหม่ของทั้งคู่เป็นการตอบแทน

เขาใช้ไฟมังกรทำลายกองทัพศัตรู บุกเข้าไปถึงตัวน้องสาวได้สำเร็จและพบกับ Inuart อดีตคู่หมั้นของ Furiae (ก่อนเธอจะกลายเป็นเทพี) คอยปกป้องน้องสาวของเขาอยู่ Inuart เสนอให้พาเทพีไปหลบซ่อน ณ หมู่บ้านเอลฟ์ แต่เมื่อไปถึงกลับพบแต่ซากปรักพักพังและผนึกแห่งป่าที่ถูกทำลาย Verdelet ผู้พิทักษ์ผนึกทั้งสี่และผู้นำกลุ่ม Union ส่งข้อความผ่านมังกรถึง Angelus ร้องขอให้พาเทพีแห่งผนึกไปยังที่ปลอดภัย ณ วิหารผนึกแห่งทะเลทราย Caim พบว่ามีเอลฟ์ถูกจับไปเป็นเชลยและประสงค์จะช่วยจึงให้ Inuart พา Furiae ล่วงหน้าไปยังทะเลทรายก่อนตน หลังสืบหาเบาะแสเรื่องเชลยศึก เขาได้พบกับ Leonard ชายผู้ถูกบังคับให้ทำพันธสัญญากับภูติจนสูญเสียการมองเห็น Caim ได้รับการเตือนจากภูติว่าเทพีอยู่ในอันตรายจึงมุ่งหน้าไปยังทะเลทรายและพบว่าเธอยังปลอดภัยดี แต่ Inuart และ Verdelet ถูกจับตัวไป ภารกิจบุกที่กุมขังจึงได้เริ่มต้นขึ้นแต่สุดท้ายพบเพียง Verdelet ไร้เงาของ Inuart

เมื่อหวนกลับมา ณ ทะเลทรายอีกครั้ง พบ Arioch เอลฟ์สาวที่กำลังเสียสติเนื่องจากครอบครัวของเธอถูกเหล่า Empire สังหารสิ้น เธอได้รับการช่วยเหลือจากจิตวิญญาณแห่งน้ำและไฟด้วยการผูกพันธสัญญาแลกกับการสูญสิ้นความสามารถในการมีบุตร เอลฟ์สาวเดินคลุ้มคลั่งถามหาเด็ก ๆ เพราะเธอไม่อาจมีลูกได้อีกแล้ว Verdelet ใช้เวทย์ช่วยให้เธอสงบสติอารมณ์ จากนั้นจึงเล่าเรื่อง “เมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้าง” ให้ Caim ฟังว่าหากผนึกทั้งสี่ถูกทำลายเมล็ดจะทำงานและโลกจะสูญสิ้น พร้อมร้องขอให้เขาช่วยปกป้องผนึกแห่งทะเลทราย แต่ไม่ทันไร Arioch ก็เดินเข้ามาแจ้งข่าวร้ายว่า “ผนึกแห่งทะเลทรายได้ถูกทำลายสิ้นแล้ว”

ไม่นานนักพวกเขาได้ค้นพบว่าผนึกแห่งมหาสมุทรก็สูญสิ้นแล้วเช่นกัน เหลือเพียงเทพีแห่งผนึกแล้ว Midgard ใกล้ถึงคราวล่มสลายเต็มที! ยิ่งกว่านั้นสถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อ Inuart ได้ทำพันธสัญญากับมังกรดำ ปรากฏกายเข้ามาช่วงชิงตัวเทพี Furiae เพราะเชื่อว่า Empire จะปลดปล่อยสถานะคืนให้นางกลับเป็นคนธรรมดาสามัญได้ หลัง Caim เพลี้ยงพร่ำในการต่อสู้ Inuart ลักพาตัว Furiae ขึ้นหลังมังกรมุ่งหน้าไปยังปราการของ Empire พวก Caim จึงต้องออกเดินทางไปช่วย ระหว่างทางได้พบกับเด็กกำพร้านาม Seere ผู้ทำพันธสัญญาแลกเวลากับ Golem ทำให้เด็กน้อยจะไม่มีวันเติบโตได้อีกตลอดกาล Seere ขอติดตามพวก Caim ไปด้วยเพราะต้องการตามหาน้องสาวฝาแฝดนาม Manah ที่ถูก Empire พาตัวไป การเดินทางครั้งนี้คือภารกิจสุดท้ายที่จะนำไปสู่ฉากจบที่แตกต่างกันถึง 5 แบบ

ฉากจบ A

ทุกอย่างสายเกินไป Furiae ถูก Manah ซึ่งเผยความจริงว่าเป็นร่างทรงของ Watchers สังหาร เมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของคนรัก Inuart หลุดออกจากภาวะถูกสะกดจิต ตรงเข้าไปกระชากไหล่ปีศาจในคราบเด็กพร้อมตะโกนอย่างร้อนรน “แกทำอะไรลงไป!” Manah ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทับซ้อนของเด็กสาวและ Watchers ว่า “ฉันทำลายผนึกแล้ว ตอนนี้เธอก็ไร้ประโยชน์ หึหึหึหึ เหล่า Watchers หัวเราะ เหล่า Watchers หัวเราะ!” Inuart พาร่างของ Furiae ออกจากปราการหวังมีหนทางชุบชีวิตเธอกลับคืน ส่วน Caim และ Verdelet ซึ่งประชิดตัว Manah ได้สำเร็จมุ่งสังหารเธอ อย่างไรก็ดีเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเมื่อ Watchers ถ่ายพลังให้ Manah จนกลายร่างเป็นยักษ์เพื่อต่อกรกับชายทั้งสอง การต่อสู้สิ้นสุดฝั่ง Caim ได้ชัยชนะ Manah สารภาพว่าตนเข้าร่วมกับ Watchers ด้วยความน้อยใจที่แม่ไม่รัก โดยหวังว่าหากทำให้พระเจ้ารักเธอ แม่ก็จะรักเธอด้วย และวิงวอนขอให้พวก Caim ปลิดชีพเธอซะ แต่พวกเขาตัดสินใจให้ Manah มีชีวิตต่อเพื่อจมอยู่บาปทุกข์เป็นการชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไป เมื่อ Midgard ไร้ซึ่งผนึก Angelus อาสานำตัวเองเป็นผนึกชิ้นใหม่สร้างความตกใจให้ Caim มาก เขาโอบกอดมังกรและหลั่งน้ำตาให้เห็นเป็นครั้งแรก ระหว่าง Verdelet ร่ายมนต์สร้างผนึก มังกรสาวรายนี้ได้กล่าวถ้อยคำทิ้งท้ายต่อสหายร่วมพันธสัญญาว่า “มีเพียงหนึ่งสิ่งที่อยากให้เจ้าจดจำ Angelus ข้าชื่อ Angelus นายเป็นมนุษย์คนแรกและเพียงคนเดียวที่รู้จักชื่อข้า ลาก่อนนะ เจ้ามนุษย์บ้าเอ้ย” และเธอก็สลายหายไปในอากาศ

ฉากจบ B

หลังเทพีแห่งผนึกสิ้นชีพ Inuart พาร่างของ Furiae ไปที่เมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างเพื่อหวังชุบชีวิต Caim ตัดสินใจไล่ตามแต่ไม่อาจหยุดยั้งการกระทำของมิตรสหายเอาไว้ได้ Inuart อุ้มร่างไร้ชีวิตของ Furiae ใส่เข้าไปในก้อนเมล็ดพันธุ์ยักษ์และเธอก็ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งแต่ในฐานะปีศาจปีกนกสีขาวทรงพลังระดับพระเจ้าซึ่งสังหาร Inuart ทันทีที่ลืมตา Caim ต้องจำใจต่อสู้กับปีศาจในคราบน้องสาวแท้ ๆ ของตนและเอาชนะมาได้ ท้ายสุดเขาอุ้มร่างไร้ชีวิตของน้องสาวไว้พร้อมยืนมอง Midgard เข้าสู่วาระแห่งการล่มสลายเมื่อเมล็ดพันธุ์เริ่มภารกิจของมัน

ฉากจบ C

Caim หยุดยั้งความพยายามชุบชีวิตน้องสาวตนของ Inuart ได้สำเร็จ Manah ใช้เมล็ดพันธุ์อัญเชิญมังกรจำนวนมากมายัง Midgard เธอเรียกเหล่าอสูรว่าเป็นเครื่องมือของพระเจ้าและข้ารับใช้ของตน แต่มังกรกลับไม่ฟังคำสั่งและกลืนกินเธอจนสิ้น โลกก้าวสู่ยุคมังกรเป็นใหญ่ Angelus กลายเป็นศัตรู พันธสัญญาวิญญาณของเธอกับ Caim ถูกทำลาย ทั้งสองต้องเข้าห้ำหั่นกันเอง หลัง Angelus ปราชัย Caim คว้าดาบมุ่งสู่สมรภูมิที่มีกองทัพมังกรรอคอยอยู่ สู้จนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

ฉากจบ D

Caim บุกเข้าถึงตัว Furiae ได้สำเร็จ แต่ Watchers ในร่าง Manah ได้อ่านใจและประณามความลับของ Furiae ให้ Caim ฟังว่าแท้จริง Furiae หลงรักพี่ชายตนเอง รังเกียจการรับหน้าที่เป็นเทพี หวังอยู่กับพี่ชายโดยไม่สนใจว่าผนึกจะเป็นอย่างไร เมื่อด้านมืดในจิตใจถูกเปิดเผยเธออับอายจนทนไม่ได้ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป จึงเลือกจะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งหน้าที่การงาน ความรัก หรือแม้แต่ Midgard และคว้ามีดปักอกตัวเองจนตาย Seere รุดมาขวางมิให้พวกพ้องสังหาร Manah น้องสาวตน แต่เมื่อเห็นความจริงเบื้องหน้าว่า Manah ไม่ใช่น้องสาวคนเดิมอีกแล้วจึงขอให้ Golem บดขยี้ร่างเธอเสีย

ผลของการทำลายผนึกทั้งสี่เปิดประตูมิติบนท้องฟ้าพา Watchers ในร่างเด็กทารกยักษ์มาสู่โลกเพื่อทำลายทุกสิ่ง Arioch เอลฟ์สาวผู้มีแผลฝังใจเรื่องไม่อาจมีบุตรเมื่อเห็นเด็กทารกจึงโอบแขนรับปีศาจเข้าหาตนจนถูกกินทั้งเป็น Leonard สละชีวิตเพื่อเปิดทางให้เหล่าพ้องเพื่อนเข้าถึงตัวราชินีสัตว์ประหลาด (Grotesquerie Queen) ได้สำเร็จ Seere ตัดสินใจสละชีพยุติพันธสัญญาวิญญาณกับ Golem เพื่อใช้พลังกักขังราชินีสัตว์ประหลาดไว้ในมิติไร้กาลเวลา Caim และ Angelus ถูกสังหาร แต่ Midgard ปลอดภัยแล้ว ราชินีสัตว์ประหลาดถูกกักขังในห้วงเวลาแช่แข็งไปตลอดกาล

ฉากจบ E เปิดประตูสู่จักรวาล NieR: Replicant

Seere ไม่ได้สละชีวิตเพื่อแช่แข็งกาลเวลา แต่ Caim และ Angelus ตัดสินใจบุกไปต่อสู้กับราชินีสัตว์ประหลาดด้วยตนเอง ทันใดนั้นเกิดการบิดเบี้ยวของประตูมิติกาลเวลาเหนือท้องฟ้าดึง Caim, Angelus และราชินีสัตว์ประหลาดมาสู่ชินจูกุ ประเทศญี่ปุ่น ทั้งสองต่อสู้กับปีศาจท่ามกลางความงุนงงของมนุษย์โลกและเอาชนะมาได้ แต่ตอนจบนั้นไม่สวยหรูเมื่อวีรบุรุษและคู่หูสัตว์อสูรถูกเครื่องบินจู่โจมของญี่ปุ่นสังหารสิ้น เปิดประตูสู่จักรวาล NieR ภาคแรกเมื่อร่างของปีศาจสูญสลายกลายเป็นสสารประหลาดซึ่งก่อโรคระบาดที่ทำให้มวลมนุษยชาติแทบสิ้นสลาย

โปรดติดตามตอนต่อไปว่าด้วยเรื่องราวของ NieR: Replicant ตามด้วย NieR: Automata และทิ้งท้ายด้วย Drakengard 3 เร็ว ๆ นี้

REF

Avatar

กาย | ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Charcoal