โต อดีตซิลลี่ฟูลส์ จากจุดเริ่มต้นสู่จุดสิ้นสุดของการเป็นนักร้องนำ

บทความนี้เป็นการสรุปเนื้อหาบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ในรายการป๋าเต็ดทอร์ก SS2 EP.1 พูดคุยกับโต อดีตนักร้องนำวงซิลลี่ฟูลส์ผู้ที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในตำนานของวงการเพลงไทย ซึ่งปัจจุบันผันตัวออกไปทำธุรกิจส่วนตัว และมุ่งเผยแพร่คำสอนทางศาสนา บทสัมภาษณ์นี้เผยเรื่องราวตั้งแต่ก่อนโตเริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีไปจนถึงจุดสิ้นสุดของการเป็นนักร้องนำ

เล่นดนตรีเพราะมีเมสเสจ

“จริง ๆ ผมไม่ได้อยากเป็นศิลปินหรือเป็นนักร้องนะครับ แต่ผมมีเมสเสจที่อยากจะพูด” โตเกริ่นบทสนทนากับป๋าเต็ดเพื่อเล่าความฝันครั้งวัยรุ่นว่า เพียงเพราะมีข้อความอยากบอกไปยังผู้คน และการจะเข้าไปในใจของคนอื่นได้จำเป็นต้องมีดนตรีมาเกี่ยวจึงทำให้เขาเลือกเดินเส้นทางนี้ แฟนเพลงไม่จำเป็นต้องมาหลงไหลในตัวโต แค่เพียงหลับตาฟัง เข้าใจความหมายในเนื้อเพลงนี่แหละคือสิ่งที่เขาปรารถนา “ตอนเล่น Fat Live (คอนเสิร์ต) ภาพนึงที่ผมจำได้ คนที่อยู่ข้างหน้า หลายคนมากที่ไม่ได้หันมามองผมตอนผมเล่น แต่เขาปิดตาและหันไปอีกฝั่ง ฟังและหน้าเขาเข้าใจความหมาย ตรงนี้ทำให้ผมดีใจ”

คนเราเกิดมาทำไม

“ผมว่าจุดเปลี่ยนมันเริ่มจากการที่ผมเขียนเนื้อเพลงเยอะ ๆ ทำอย่างนี้เป็นสิบปี พอทำอะไรเยอะ ๆ ซ้ำ ๆ แล้วมันไม่มีอะไรเกิดกับชีวิตเลย ผมเริ่มสงสัยว่าตัวเองทำอะไรอยู่ เกิดมาทำไม”

ด้วยท่าทีจริงจัง โตเล่าย้อนความถึงครั้งยังเป็นนักร้องนำซิลลี่ฟูลส์มานับสิบปี ในหัวมีแต่ความสับสน ในทุกคราวที่แต่งเพลงเขาพยายามอธิบาย ใส่เหตุผลของชีวิต แต่ถึงอย่างไรขอบเขตของดนตรีที่จำเป็นต้องขายได้มันมีข้อจำกัด ไม่สามารถถ่ายทอดเบื้องลึกในจิตใจได้ทั้งหมด โตคนเดิมเปลี่ยนไปตั้งแต่ครั้งก่อนออกอัลบั้มสุดท้ายในฐานะนักร้องนำวงซิลลี่ฟูลส์ (ตั้งแต่อัลบั้มที่ 4 – Juicy) จากคนไร้ศาสนาเขาหันมาพึ่งคำสอนของอิสลาม “ผมเริ่มมองว่าการเป็นนักดนตรีเป็นเรื่องของการหลอกตัวเอง พยายามจะมีไลฟ์สไตล์แบบตะวันตก โอ้อวดความดัง แสดงความยิ่งใหญ่ของตัวเอง ซึ่งผมเหนื่อยกับสิ่งเหล่านี้” โตอธิบายเสริมอีกว่าการถ่ายทอดข้อความผ่านเสียงเพลงเริ่มไม่ได้ผล มีกรอบมากเกินไป มันไม่สามารถพูดสิ่งที่เขาอยากบอกได้อีกต่อไป ถึงเวลาที่โตต้องพูดมันออกมาด้วยปากของตัวเอง

ทำ Hangman ต่อเพราะมีมารยาท

เพื่อนในวงซิลลี่ฟูลส์เริ่มมองว่าโตน่ากลัว และไม่กล้าเข้าหาเหมือนเคย “เพราะผมเริ่มพูดน้อยลง หลัง ๆ ถ้าไม่มีอะไรจำเป็นต้องพูดจริง ๆ ผมไม่จำเป็นต้องไปทำให้ทุกคนเขาดีใจ ผมอยู่ของผมเฉย ๆ ก็ได้” และด้วยคำถามมากมายถึงความหมายในชีวิต เขาเริ่มสงสัยว่าทำไมต้องแต่งเพลงเอาใจใคร เส้นทางนักดนตรีมันขัดแย้งกับหลักศาสนา นี่กลายเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้โตต้องยุติการเป็นสมาชิกวงซิลลี่ฟูลส์

หลังจากแยกทางกับซิลลี่ฟูลส์ โตกลับมาเป็นนักร้องนำอีกครั้งในนามวง Hangman แม้ใจจะรู้ว่าขัดหลักศาสนา แต่ด้วยสัญญาต่าง ๆ กับเห็นแก่ผู้ใหญ่ที่ดูแลสนับสนุนมาตลอด “มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดี ผมจะมาไม่มีมารยาท มันไม่ได้” จึงยอมกลับมาร้องเพลงอีกครั้งโดยที่ไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นอัลบั้มสุดท้าย เพราะที่สุดโตก็ไม่อาจหลอกตัวเองให้ผ่อนผันเรื่องศาสนาได้อีกต่อไป (การฟังเพลง หรือเล่นดนตรีขัดกับหลักศาสนาอิสลาม)

ซิลลี่ฟูลส์จบลง เสียดายไหม

“ผมเป็นคนไม่เคยมองข้างหลังเลยนะครับพี่ ผมไม่เคยเสียดายอะไรในชีวิตของผมสักเรื่อง และผมก็ตื่นเต้นในสิ่งที่กำลังจะมาเสมอ การที่ผมเป็นซูเปอร์ร็อกสตาร์มันเป็นจุดสูงสุดของผมในสายตาคนอื่น แต่ไม่ใช่ของผม” โตอธิบายถึงความรู้สึกไม่เสียดายหลังออกจากวง กลับกันรู้สึกโล่งใจ อีกทั้งยังมองว่านั่นไม่ใช่จุดสูงสุดของชีวิตแต่คนเราสูงขึ้นได้เรื่อย ๆ เมื่อนำความรู้เติมเข้าไปในสมอง สำหรับโตแล้วมันยังมีความสวยงามในชีวิตอีกมากมายที่เราสามารถเดินทางไปไขว้คว้า

REF

Avatar

กาย | ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Charcoal