บทสัมภาษณ์ “ไซคลอปส์” นักพากย์อีสปอร์ตชาวไทย ที่ได้ไป Go Inter

ท่ามกลางความเงียบสงัดไร้เสียงแจ้งเตือนจากกล่องข้อความบนแฟนเพจ Charcoal มานานแรมเดือน ความเงียบงันจางหายเมื่อมีแชทปริศนาจากหญิงผู้หนึ่งเตือนขึ้นมาบนหน้าจอมือถือ “สวัสดีค่ะ บีเป็นพีอาร์นะคะ จะขอเสนอประเด็นสัมภาษณ์เกี่ยวกับนักพากย์อีสปอร์ตค่ะ” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่นำพาให้ผู้เขียนไปรู้จัก และได้พูดคุยกับนักพากย์การแข่งขันอีสปอร์ตชื่อดังระดับโลก “ไซคลอปส์ (Xyclopz) หรือคุณแชมป์ ตรีภพ เที่ยงตรง” นักพากย์การแข่งอีสปอร์ตอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับที่ 12 ของโลก นี่คือบทสัมภาษณ์ที่จะพาให้คุณไปรู้จักกับชายผู้บุกเบิกการแข่งขันทัวร์นาเมนต์เกม Dota2 ที่มีผู้เข้าร่วมแข่งขันมากมายจากทั่วโลก และอะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมให้คุณแชมป์กลายเป็นผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของวงการพากย์การแข่งขัน

1.คุณแชมป์คือผู้บุกเบิกการแข่งขันเกม Dota2 ตั้งแต่ปี 2013 ?

“ผมเป็นเด็กที่เล่นเกมมาตลอด ตั้งแต่ ป.6 เล่นมาเรื่อย ๆ จนเรียนจบมหาลัยแล้วมาทำงานประจำเป็นวิศวกร หลังว่างจากเวลางานผมก็จะเล่นเกม เล่นไปสักพักก็อยากรู้ว่าทีมไหนเก่งที่สุดใน SEA (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เลยคิดดูว่าลองจัดแข่งดีไหม ย้อนไปปี 2013 ยังไม่เคยมีใครจัดแข่ง(เกม Dota2) ผมจัดเป็นรายแรก พบว่ามันประสบความสำเร็จ เพราะมีทีมสมัครลงแข่งเยอะมาก”

2.เป็นแค่คนธรรมดา แต่ทำไมหลาย ๆ ทีมยอมเข้าร่วมการแข่ง

“สมัยนั้น Dota2 เพิ่งเข้ามา ทุกคนซึ่งเล่นเกมนี้อยู่แล้วก็อยากจะลองสู้กับทีมอื่น อยากวัด อยากเทียบอันดับว่าเราอยู่ตรงไหน ทัวร์นาเมนต์ผมไม่มีเงินรางวัล เพราะผมไม่มีตังค์ แต่ทุกคนก็ยอมที่จะมาแข่งเพราะอยากรู้ว่าตัวเองเก่งแค่ไหน (แข่งออนไลน์)”

3.เพราะไม่มีเงินจ้างใคร จึงตัดสินใจพากย์การแข่งที่ตนจัดขึ้นด้วยตัวเอง

“มีผู้เล่นจากหลายประเทศเข้าร่วมการแข่งเยอะมาก อินเดีย เยอรมันก็มี เขายอมเล่นข้ามทวีปเพื่อที่จะได้ลองแข่ง กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ผมไม่ได้คาดคิด เราก็เลยคิดว่าต้องเพิ่มคุณภาพของรายการสักหน่อย จึงไปตามหานักพากย์(ต่างชาติ) ให้มาพากย์กับทัวร์นาเมนต์ของผม แต่ด้วยความที่ไม่มีเงินก็เลยไม่มีใครยอมทำให้ จนถึงวันแข่งขัน ผมไม่มีทางเลือกก็เลยต้องพากย์เอง และด้วยความที่มีหลากหลายประเทศจึงจำเป็นต้องพากย์ภาษาอังกฤษ เพราะตอนแรกถูกด่าว่าพูดภาษาอะไร(วะ) ฟังไม่รู้เรื่อง (ตอนแรกพากย์เป็นภาษาไทย) ก็เลยเข้าไปมั่วเลย เพราะตอนนั้นผมพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้”

4.การพากย์กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ภาษาอังกฤษ

“เราเรียนภาษาอังกฤษด้วยการพากย์ ผมพากย์ทุกวัน และพอมีพื้นที่ให้ใช้ภาษาอังกฤษ ทักษะมันก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่าที่เมื่อก่อนเราพูดไม่ได้ รวมถึงปัญหาของเด็กไทยสมัยนี้ก็คือเราไม่มีพื้นที่ให้ใช้ภาษาอังกฤษ เวลาเราพูดอังกฤษกับเพื่อน มันก็จะถามว่าเป็นไร? ตอนที่พากย์คนที่เข้ามาดูเขาก็ฮากัน เฮ้ย! ไอนี้พูดอะไร๊! แต่ว่าคนดูต่างประเทศเขาค่อนข้างจะใจกว้าง เอาน่ะ! อย่างน้อยไอนี่ก็พยายาม”

5.โชคดีที่ไม่ได้เกิดมาในยุคที่มีนักพากย์เต็มบ้านเต็มเมือง

ปกติเวลาไปให้สัมภาษณ์ที่ไหนคนก็มักจะถามว่าคุณมีใครเป็นไอดอลด้านการพากย์ ผมไม่มี! เพราะตอนที่ผมเข้ามาพากย์ ผมไม่รู้จักโลกแห่งนี้เลย ไม่รู้ว่าต้องทำไง รู้สึกว่าโชคโคตรดี เพราะมันทำให้เรากลายเป็นนักพากย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาก ๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาของนักพากย์รุ่นใหม่ ๆ เพราะเขาเติบโตมาในยุคที่เห็นใครบางคนพากย์อยู่แล้ว เลยกลายเป็นว่าเขากลายเป็นเหมือนกับไอดอลของเขา เวลาผมฟังเขา ผมรู้เลยว่าเขาชอบดูใคร”

6.สิ่งที่หล่อหลอมให้เรากลายเป็นนักพากย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว?

นักพากย์รุ่นใหม่หลายคนคิดว่าการจะเป็นนักพากย์ที่ดี เราต้องทุ่มเทกับเกม เราต้องนั่งดูเกมทั้งวัน มันไม่ใช่อะ! เราต้องออกไปข้างนอกเพื่อเก็บวัตถุดิบ ต้องออกไปดูโลก ไปดูอีเว้นท์แปลก ๆ เช่นงานศิลปะ งานดนตรี ไปเที่ยว แล้วสิ่งเหล่านั้นมันจะหล่อหลอมให้เราสร้างงานที่พิเศษออกมาได้ ผมมองว่าว่างานของผมเป็นศิลปะ”

7.อยู่ดี ๆ ทำไมถึงมีโอกาสได้ไปพากย์ในเวทีระดับโลก

“จากการจัดแข่งครั้งแรก ผมเริ่มอยากลองพากย์อีก เลยไปขอพากย์ตามงานแข่งต่าง ๆ ฟรี ทำอย่างนี้อยู่ปีครึ่งจนเริ่มท้อ และคิดว่า หรือเราจะโฟกัสกับงานประจำของเราดี จนสุดท้ายตั้งธงไว้ว่าเราจะพากย์อีกสักอาทิตย์แล้วค่อยคิดว่าจะเอายังไงต่อ ก่อนผมจะเลิกพากย์ 3 วัน ผมได้ข้อเสนอที่สำคัญที่สุดในชีวิตผม คือข้อเสนอให้ผมไปพากย์ในสตูดิโอที่ใหญ่ที่สุดของโลก Dota2 ในอเมริกา ซึ่งผมก็ยังทำ(กับสตูดิโอนี้)มาจนถึงเมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว”

ในการพากย์อีสปอร์ตเราจะเห็นได้เลยว่ามีคนดูอยู่กี่คน ช่วงแรกผมมีคนดูอยู่แค่ประมาณ 10-20 คน แต่สิ่งที่เราไม่รู้คือในตัวเลขนั้นคือใครบ้างในชีวิตจริง เราทำได้แค่เต็มที่กับมันทุกครั้ง ผมก็บ้า ๆ บอ ๆ 200% ทุกครั้งไม่ว่าจะมีคนดูกี่คน มันกลายเป็นว่า 1 ใน 20 คนตอนนั้นคือโปรดิวเซอร์ของสตูดิโอนี้ เขาบอกผมว่าเขาตามดูผมมานานแล้ว และอยากให้โอกาสให้ผมลองพากย์ในรายการที่เขาเป็นผู้จัด”

8.ปัญหาในการพากย์ระดับสากลคือวัฒนธรรมการเหยียดของคนไทย

ผมเคยมีปัญหาเหยียดเพศอยู่ครั้งหนึ่ง โดยที่ตัวผมไม่ได้คิดอะไร แต่เป็นเพราะวัฒนธรรมไทยมันทำให้เรามองว่า เอ้ย! ไม่เป็นไรหรอก เรื่องมีอยู่ว่าตอนนั้นมีโปรเพลเยอร์หญิงคนนึงที่เก่งมากจนถึงขั้นแข่งในระดับเดียวกับผู้ชายได้ ตอนพากย์ผมเรียกเขาว่า That girl ทำให้ผมโดนกลุ่มเฟมินิสต์ (กลุ่มสิทธิสตรี) สับเละ เห้ย! เรียกชื่อเขาไม่ได้เหรอ เขามีชื่อ เป็นผู้หญิงแล้วแข่งไม่ได้เหรอ โห! ตอนนั้นผมต้องออกแถลงการณ์ขอโทษ หลังจากวันนั้นผมก็จำไว้เลย”

ประเทศเราเป็นประเทศที่เหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศอันดับต้น ๆ ของโลกเลยนะ อย่างในรายการตลก มันจะมีแบบแซวผู้หญิง ‘โห! น้องนี่ลูกโป่งปะเนี่ย’ ถ้าผมเอาไปใช้กับฝรั่งผมโดนตื้บอะ แต่ถึงจะไม่ได้เอาไปใช้ ตามสามัญสำนึกแล้ว รูปร่างหน้าตา แบบเราไปเจอกันตามงานแล้วถาม เห้ย พี่เป็นไงบ้าง โห! ผอมลงปะเนี่ย อ้วนขึ้นรึเปล่า เพื่อ?

9.มันคือแอคติ้งปะ เวลาพากย์นี่เราตื่นเต้นกับเกมจริง ๆ หรือก็แสดง

“ผมตื่นเต้นกับเกมจริง ๆ นะ เพราะถ้ามันเป็นแอคติ้งคนฟังจะดูออก และเราจะโดนด่าเละ

10.ถ้าเจอคู่ที่แข่งไม่สนุกเอาซะเลย?

ผมก็พยายามนะ แต่บางคู่มันก็ไม่สนุกจริง ๆ ผมก็ต้องพยายามหาอะไรมาพูด เช่น เห้ย! เขาอาจจะยังพอพลิกได้นะเว้ย ถ้าทำอย่างนี้ อย่างนั้น แต่พอพูดปุ๊บ! อ้าว มันก็ทำไม่ได้อะ ผมก็ต้องพูดว่า เอ้ย! ไม่เป็นไรทัวร์นาเม้นท์หน้ายังมี แต่โชคดีที่เราพากย์รายการใหญ่ ๆ ก็เลยจะไม่ค่อยเจออะไรแบบนี้”

11.อีสปอร์ตโลก กับไทยยังห่างชั้นกันแค่ไหน

“ก็ยังห่างแหละ แต่ต้องบอกว่ามันกำลังน้อยลงเรื่อย ๆ เรากำลังตามทัน

12.คิดเห็นยังไงกับที่ผู้ใหญ่บ้านเมืองเขาบอกว่าอีสปอร์ตไม่ใช่กีฬา

“ผมไม่ค่อยสนใจว่าอีสปอร์ตจะใช่หรือไม่ใช่กีฬาสักเท่าไหร่ เพราะผมมองตามหลักความจริงว่ามันก็คือเกมอะ ผมอาจเรียกว่าตัวเองเป็นคนพากย์อีสปอร์ต แต่สุดท้ายมันก็คือการแข่งเกม จะเรียกว่าอะไรก็ได้ วิดีโอเกมทัวร์นาเม้นต์ก็ได้ผมไม่ซีเรียส

“คิดยังไงกับกับคำที่ผู้ใหญ่บอกว่าอีสปอร์ตทำให้มีเด็กติดเกมมากขึ้น”

“เด็กติดเกมมันมีอยู่แล้ว ในมุมมองของผมคิดว่าอีสปอร์ตนี่มันคือวิถีในการซ้อมในการแข่ง คือวิธีการจัดการที่ทำให้เด็กเล่นเกมได้เข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกจัดตั้งเพื่อชัยชนะ”

13.เตรียมตัวยังไงกับการได้รับหน้าที่พากย์การแข่งขัน Thailand Predator League 2019 และ Asia Pacific Predator League 2019 ในต้นปีหน้า

จริง ๆ เตรียมทุกวันอยู่แล้ว ผมพากย์ทุกวัน อย่างพรุ่งนี้ผมก็ไม่รับงานพากย์ เพราะผมจะไปเรียนภาษาอังกฤษ ผมไปเรียนกับอาจารย์ด้านการออกเสียง เวลาว่างก็ไปดูงานศิลปะ ไปเรียนภาษา”

14.ปกติพากย์การแข่งเกมอะไรบ้าง

ผมพากย์อยู่ 5 เกม คือ Dota2, PUBG, Mobile Legends, Street Fighter, Rainbow Six Siege ทั้งในไทยและต่างประเทศ”

ขอบคุณคุณแชมป์ที่มอบสละเวลาให้สัมภาษณ์ถึง 1 ชั่วโมงเต็ม และก่อนจบบทความนี้ผู้เขียนขอประชาสัมพันธ์งาน Thailand Predator League 2019 และ Asia Pacific Predator League 2019 ที่จะมีขึ้นต้นปีหน้า ซึ่งขณะนี้กำลังเปิดรับสมัครทีมเข้าแข่งขันในรายการนับแต่วันนี้จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม กับเกม Dota2 และ PUBG สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับสมัคร คลิก

Nattakorn

กาย — ผู้ก่อตั้ง Charcoal, เจ้าของนามปากกา Shh!gar ที่มีความหมายแฝงลึกซึ้งมากกว่าแค่ก้อนน้ำตาล